[SF] White Rose [EP. IX][End Part]
posted on 23 Sep 2009 09:45 by gdworld in WhiteRose
Previously
" ขอปฏิเสธนะฮะ"
คำพูดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินแม้แต่วินาทีเดียว กำลังกรีดหัวใจเขาเป็นเสี่ยงๆ
สายลมฤดูใบไม้ผลิค่อยๆพัดผ่านเรือนร่างของคนทั้งสองที่นอนหลับตาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ชเวซึงฮยอนขบเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่คลายเปลือกตาบนขึ้นเพื่อลืมตามองคนข้างๆอย่างที่เคยคิดจะทำ.. อีซึงฮยอนก็เช่นกัน ร่างบางยังคงนอนหลับตาไม่พูดอะไรต่อ
ทั้งคู่ต่างเงียบกันไป เป็นชายหนุ่มคนพี่ที่เริ่มตั้งคำถามขึ้นก่อน
" เฮียนึกว่า.. ซึงริจะชอบเฮียซะอีก "
" ไม่ใช่ว่าเค้าไม่ชอบเฮียหรอกฮะ.. แต่เรา..คบกันไม่ได้หรอก"
ซึงฮยอนหัวเราะน้อยๆในลำคอ " ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ?..พูดแบบนี้จะให้ความหวังกันเหรอ? อีซึงฮยอนคนดีเก่งนักนะเรื่องให้ความหวังคนอื่นเขาน่ะ.. "
" เค้าไม่ได้ให้ความหวังนะฮะ.. แต่พรุ่งนี้เค้าต้องกลับกวางจูแล้ว.."
"ไกลกันขนาดนั้น เรารักกันไม่ได้หรอกฮะ.."
ซึงฮยอนลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว นอกจากน้ำเสียงที่ถูกใช้แล้วสิ่งที่เขาสนใจที่สุดคือ ..ความหมายของประโยค
" จะกลับกวางจูพรุ่งนี้? ทำไมล่ะ .. "
" เฮียคงลืมอะไรไป .. วันนี้ก็ครบกำหนดที่แม่เค้าจะกลับมาแล้ว.. พรุ่งนี้แม่จะมารับที่บ้านเฮียตอนเช้า วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทุกๆอย่าง ถ้าอย่างนั้นแล้ว.." ซึงรีเว้นจังหวะคำพูด
" เฮียจะยังอยากคบกับเค้าอีกเหรอฮะ ?"
ท้ายประโยคถูกจบด้วยความรู้สึกวาบหวามที่ถูกถ่ายทอดรสรักทางริมฝีปาก เจ้าชายชเวซึงฮยอนลุกขึ้นนั่งและก้มลงไปแลกรสริมฝีปากกับเจ้าของประโยคเมื่อครู่
อีซึงฮยอนเผลอลืมตาขึ้นมองหน้าคนเบื้องหน้า น้ำตาใสที่ถูกกลั้นเอาไว้เมื่อครั้งเปลือกตาบนและล่างยังจับกันสนิทอยู่เวลานี้กลับค่อยๆไหลออกมา .. อีซึงฮยอนหลับตาลงอีกครั้ง มือเรียวเล็กทั้งคู่จับไปที่แก้มของผู้ชายที่มั่นใจแล้วว่ารักมากเพียงใด
ราวกับซึงฮยอนทั้งคู่ไม่อยากให้จูบครั้งนี้ลอยหายไป.. เหมือนพวกเขาพยายามจะรั้งเวลานี้เอาไว้ให้นานที่สุด ริมฝีปากแตะกันแผ่วเบาทว่าเนิ่นนาน ซึงฮยอนไม่กล้าแม้จะใช้ลิ้นกล้ำกลายไปยังโพรงปากหวานนั่น เขาเพียงแค่แตะมันด้วยริมฝีปากเท่านั้น
เป็นซึงฮยอนที่ถอนริมฝีปากออกก่อน " อีซึงฮยอนขออะไรได้อย่างหนึ่งจะขออะไร ? "
ซึงริมองชายที่อยู่ตรงหน้าพลางขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อได้ยินคำถาม.. มือเรียวลูบไล้แก้มของคนตรงหน้าเล่น เสียงใสตอบกลับคำถามนั้นไปเบาๆ " เค้าจะขออะไรได้ฮะ..? คนข้างหน้าคนนี้.. เป็นยักษ์ในตะเกียงวิเศษหรือไง ?.. เป็นเจ้าชาย...ไม่ใช่เหรอฮะ ?"
" ก็เป็นเจ้าชาย.. ที่ให้ได้ทุกอย่าง"
" อย่ามาเลี่ยนน่า .."
" ..ทำไมทุกอย่างมันดูเร็ว.. ซึงริมาบ้านเฮียอาทิตย์เดียว รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านมาแค่สามวัน?.. เพราะซึงรีวุ่นวายมากล่ะมั้ง ทุกๆวันมันเลยเหนื่อยไปหมด .. "
มุกหวานเลี่ยนเจียนอ้วกเปลี่ยนกลับเป็นบทบาทเช่นเดิมอีกครั้ง ชเวซึงฮยอนนอนลงข้างๆร่างบางแล้วจับมือเล็กนั่นไว้ เขาหลับตาลงและหัวเราะเบาๆในลำคออีกครั้งเมื่อนึกถึงวันแรกที่เจ้าตัวเล็กมาที่บ้านเขาและพังของทุกอย่างเสียยับเยิน
" ก็ไม่อยู่วุ่นวายให้แล้วไง ไม่พอใจอะไรอีกล่ะฮะ ~" คนข้างๆแอบงอนเขาเล็กๆพอเป็นพิธีแต่ก็ไม่ได้สะบัดมือออกหรือแสดงท่าทีโกรธอะไรมากมาย แต่ความเงียบที่ตามมาจากประโยคนั้นทำให้บางครั้ง ชเวซึงฮยอนก็รู้สึกขาดอะไรสักอย่างไป..
" คิดดีแล้วเหรอ ไม่คบกับเฮียน่ะ.. จะมาร้องเสียใจทีหลังไม่ได้หรอกนะจะบอกให้"
" ฮะ.. เค้าว่าเค้าตัดสินใจถูกที่สุดแล้วล่ะ"
มือเรียวบีบมือของอีกคนเบาๆ เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ยิ่งซึงริพูดแบบนี้เขายิ่งอยากคบกับน้องเข้าไปใหญ่เพื่อเป็นข้อยืนยันว่าไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนเขาก็จะมองแต่คนๆนี้
แต่ถึงจะพยายามพูดเพียงใดก็ดูเหมือนอีซึงฮยอนจะทำตามการตัดสินใจของตัวเองแน่นอนแล้ว..
และนับตั้งแต่นี้อีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เขาต้องจากเด็กคนนี้ไป..
นี่เขา.. จะรู้สึกอย่างไรกันนะ ?
...
ชเวซึงฮยอนและอีซึงฮยอนนั่งจักรยานกลับบ้านด้วยกัน
พวกเขาสองคนยิ้มและหัวเราะกันไปตลอดทาง..
ทำไม ? คำว่า "ฝากดูแลน้องด้วยนะลูก น้องเขาอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้" ที่ผู้ชายอย่างชเวซึงฮยอนในวันนั้นคิดว่าน่าเบื่อที่สุด วันนี้เขากลับคิดว่ามันเป็นคำที่แสนวิเศษ ?..
มือเล็กๆที่กำลังกอดเอวเขาอยู่
เสียงใสๆที่หัวเราะตลอดทาง ..
ทุกอย่างรวมกันเป็นน้องคนนั้นที่แม่ฝากให้ดูแล น้องที่ในเวลาแรกไม่คิดว่าจะมีความสุข คิดว่าเป็นแค่เด็กที่จะพังเวลาความสุขทั้งหมด.. รู้ตัวแค่ไม่กี่นาทีต่อมาว่าคิดผิด..
เด็กคนนั้น.. ก็เหมือนของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้เขา ..
" เฮีย !.. จอดก่อนๆ หันไปดูข้างหลังเร็ว!"
เท้าเหยียบลงพื้นทันทีที่ได้ยินเสียงราวกับเป็นรีเฟลคแอคชั่นของผู้ชายอย่างเขา ชเวซึงฮยอนหันไปตามเสียงเรียกนั่น มือเรียวเล็กที่ฟาดหลังเขาอั้กๆทำให้รู้ว่าสิ่งที่อีซึงฮยอนอยากให้เขาเห็นทำให้เจ้าตัวตื่นเต้นแค่ไหน เขายิ้มออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่เจ้าตัวเล็กอยากให้เขาดูที่สุด.. ในที่สุดก็ได้มองมันด้วยกัน แสงสีแดงยามเย็นที่ส่องมายังพวกเขาทั้งสอง..
" พระอาทิตย์ตกวันนี้.. สวยจังนะ"
...
" ซึงฮยอนจ๊ะ ขอบคุณมากนะที่ช่วยดูแลน้องให้ป้า.. ถ้าไม่ได้ซึงฮยอนป้าต้องแย่แน่ๆเลย ป้าคงไม่รู้จะให้ใครคุมเจ้าเด็กแสบนี่ได้อยู่แล้ว เด็กอะไรก็ไม่รู้ เอาแต่ใจชะมัด.. ซึงฮยอนคงเหนื่อยแย่สินะจ๊ะ .."
" ผมไม่ได้เอาแต่ใจนะฮะแม่ !"
" น้องเขาเอาแต่ใจ ผมก็เลยให้ใจของผมกับเขาไปหมดเลยครับคุณป้า"
" อ.. เอ๋ ?"
มุกจีบเลี่ยนๆพร้อมยิ้มหวานๆที่คุณนายอียังงงๆอยู่เรียกเลือดสูบฉีดจากแก้มขาวๆของร่างบางเบื้องหน้าได้อย่างดี ซึงริก้มหน้ามองรองเท้าตัวเองแล้วเขี่ยดินไปมา ย้อนไปฝั่งคนที่พูดก็อายม้วนต้วนบิดไปบิดมาไม่ต่างกัน
ชเวซึงฮยอนใช้เวลาเกือบทั้งคืนหามุกที่คิดว่าเจ๋งที่สุดจากอินเทอร์เน็ต
และมุกนี้ก็เหมาะกับ ‘คนเอาแต่ใจ' อย่างอีซึงฮยอนเหลือเกิน..
" งั้นป้ากับลูกขอตัวนะจ๊ะซึงฮยอน คงต้องรีบไปหน่อยละ ไม่งั้นรถติดแย่เลย " หญิงวัยกลางคนยิ้มน้อยๆให้เขา ซึงฮยอนก้มหน้าลงน้อยๆแล้วโค้งศีรษะลาสองแม่ลูก เขาเองก็ไม่อยากให้เวลานี้มาถึงเร็วนัก.. แต่มันก็ช่วยไม่ได้
ซึงฮยอนลอบมองหน้าซึงริ.. เจ้าตัวเล็กยังคงก้มหน้านิ่ง
" อ้อลืมไป นี่ของฝากจ้ะ ป้าได้ข่าวว่าซึงฮยอนชอบดาราฝั่งตะวันตกมาก ก็เจ้าคนนี้น่ะสิ โทรไปหาป้าแล้วบอกว่าทำเรื่องไม่ดีกับพี่ซึงฮยอนไปซะแล้ว ให้ป้าไปซื้อซีดี โปสเตอร์อะไรพวกนี้มาให้ด้วยน่ะจ้ะ .."
" อ่ะ?.."
" นี่จ้ะซึงฮยอน รับไว้สิ .. ป้าขอโทษแทนซึงรีด้วยนะจ๊ะ คงวุ่นวายกับพี่เขามากล่ะสิท่า "
" ผมไม่ได้วุ่นวายนะ .."
กล้ามเนื้อในหน้าอกข้างซ้ายกระตุกถี่ขึ้นเมื่อร่างเล็กโผเข้าไปกอดและซุกหัวกับผมนิ่มๆนั่นลงบนอกของเขา .. เช้าวันนี้คุณนายอีมาถึงบ้านตั้งแต่เก้าโมงเช้า และซึงรีก็หน้านิ่งก้มหน้าก้มตาไม่ค่อยคุยอะไรกับเขาเหมือนเมื่อวาน
ตอนแรกก็เป็นห่วง แต่ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าทำไม..
ที่เคยบอกไว้ว่าจะต้องไม่ร้องไห้.. ซึงริไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดนั้นต่อหน้าเขาตอนนี้ก็ได้
" โอ๋.. ร้องไห้ทำไมล่ะวันนี้ ?..ปกติเรื่องจิ๊บๆอีซึงฮยอนคนเก่งไม่เคยร้องไม่ใช่เหรอ ?"
" ก็.. ก็.. ฮึก .. เฮีย .. อยู่คนเดียวดีๆนะ อย่าดื้ออย่าซนนะ เฮียไม่มีเค้าอยู่ด้วยแล้วนะ ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่ามัวแต่บ้าบริทนีย์ล่ะ เค้า.. เค้า..."
" เค้าอะไร.. ว่าไงคนดี..?" มือเรียวลูบหัวกลมนั่นเบาๆ คำพูดที่เขาเคยได้ยินจากปากของเจ้าตัวเล็กหลายต่อหลายครั้งที่มาที่นี่.. คำพูดที่เขาคิดว่าแค่ได้ฟังเพียงครั้ง ร่างกายทุกส่วนก็แทบจะหยุดทำงานพร้อมกัน..
" เค้ารักเฮียนะฮะ "
...
คำพูดสุดท้ายจากเขาไปพร้อมกับควันรถ มืออีซึงฮยอนโบกหยอยๆออกมาจากหน้าต่างรถเก๋ง .. เขาโบกมือให้จนรถเก๋งสีขาวนั่นหายไปลับตา ซึงฮยอนค่อยๆวางมือลงข้างลำตัว เขาก้มลงมองภายในถุงกระดาษสีน้ำตาล
โปสเตอร์และโปสการ์ดพร้อมแผ่นซีดีที่เขาจำได้ว่ากลายเป็นกองเถ้าถ่านแล้วทั้งสิ้นได้ย้อนกลับมาอยู่ในถุงอีกครั้งราวกับเวทมนตร์
ซึงริ..
เอ๊ะ !! อีซึงฮยอนไม่อยู่แล้ว ! เขาควรสบายใจไม่ใช่เหรอ ! วันนี้เป็นวันที่เขารอมาตลอดในช่วงหนึ่งอาทิตย์นี้นี่นา วันที่เขาจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับเหล่าของสะสมบริทนีย์ที่พยายามพร่ำขอซึงริตอนนั้นได้กลับมาแล้ว.. !
ยอดชายชเวซึงฮยอนควรยิ้มแฮปปี้ฟินาเร่อยู่ในห้องนอนพร้อมกับของสะสมชิ้นใหม่พวกนี้สิถึงจะถูก ! ไม่ใช่มายืนชะเง้อมองหารถที่เพิ่งขับออกไปแล้วทำหน้าเหมือนหมาหงอยเวลาเจ้าของไม่อยู่อย่างนี้
ดูเซ็ตซีดีที่สุดยอดพวกนี้สิ ให้ตาย ! บางแผ่นก็เป็นลิมิเตทเอดิชั่นที่เขาหาซื้อไม่ได้ด้วย ! เขาควรจะมีความสุขสิ ตัวขัดขวางก็ไม่อยู่รบกวน แถมของที่ได้มาก็มีแต่ของดีๆทั้งนั้น..
นี่เขา.. กำลังมีความสุขมากใช่ไหม ?
ชเวซึงฮยอนยิ้มให้กับตัวเองพลางเปิดประตูบ้านเดินเข้าบ้านไป
ทำไม.. เพียงแค่เขามองโซฟาหน้าทีวี
เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเองใช่ไหมที่เขาใส่ชุดสีดำถือรูปบริทนีย์ไปประท้วงคนบางคน ?
ทำไม.. เพียงแค่เขามองห้องครัว..
เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเองใช่ไหมที่เขาตื่นมาตั้งแต่เช้าเพื่อทำหมูเปรี้ยวหวานให้ใครบางคนที่มาหาเขาที่บ้านตั้งแต่เช้ากิน ?
ทำไม.. แค่เห็นตะกร้าที่ตั้งไว้บนเตียงนอนเท่านั้น..
เขาต้องคิดถึงคนบางคนขึ้นมาทุกที ?
ทำไม.. "คนบางคนคนนั้น".. มีอิทธิพลต่อหัวใจของ "คนบางคนคนนี้" ขนาดนี้เสียแล้ว..มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ?.. ทั้งๆที่เพิ่งจากกันไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว แต่ความรู้สึกนี้มันคืออะไร
ตอนเด็กๆชเวซึงฮยอนเคยรับฝากแมวของญาติที่ต่างจังหวัดไว้ประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้วเขาก็รำคาญมันมากด้วยทั้งเรื่องที่ข่วนนู่นพังนี่อะไรต่อมิอะไร แต่ว่าหลังจากที่เจ้าของมันมาเอาตัวมันกลับไป เด็กน้อยอย่างเขาก็ถึงกับนั่งซึมไปเป็นวันๆ
นั่นแค่แมว.. แต่นี่เป็นคนแถมคนๆนั้นยังเป็นอีซึงฮยอน..
เขาหลอกตัวเองว่ามีความสุขไม่ได้.. เขาไม่สามารถหัวเราะทำตัวร่าเริงดี๊ด๊าไปกับของฝากในถุงได้สักนิด ถ้าเป็นปกติชเวซึงฮยอนคงมีความสุขกับโปสการ์ดอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับบริทนีย์อย่างนี้ไปแล้ว..
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่..
แทนที่เขาจะมานั่งมองถุงกระดาษใส่ซีดีที่คุณนายอีซื้อให้เมื่อครู่..
ทำไมตอนนี้... เขากลับมานั่งดูถุงกระดาษใส่ชุดตุ๊กตาเก่าๆกันนะ ?..
...
ร่างบางนั่งเท้าคางมองท้องฟ้าอยู่ข้างหน้าต่างห้องนอนตัวเองบนโต๊ะเครื่องเขียน อีซึงฮยอนฟุบหน้าลงบนแขนทั้งคู่ของตัวเองก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ นี่กวางจูน่าเบื่อขึ้นหรือความสุขบางอย่างของเขามันหายไปกันแน่ ?
ท้องฟ้าก็น่าเบื่อ ทำไมต้องเกิดมาสีฟ้าด้วย ! ขัดหูขัดตาเขาจัง !
เฮ้ ! อะไร ใครว่าเขาพาล เขาไม่ได้พาลนะ ก็เขาไม่ชอบสีท้องฟ้าสีนี้จริงๆนี่.. ให้ตายเถอะ กวางจูกับโซลมันห่างกันแค่คืบเดียว ถ้าชีวิตจริงเป็นแบบในแผนที่ก็คงจะดี..
แต่คนในแผนที่คนนั้น ป่านนี้คงมีความสุขกับซีดีบริทนีย์ที่แม่ซื้อให้อยู่ล่ะมั้ง !
" ก๊อกๆ" เสียงประตูห้องดังขึ้น " ซึงฮยอนจ๊ะ ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะ " อีซึงฮยอนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดทั้งหมด ร่างบางเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะมองนาฬิกาบนโต๊ะ เย็นขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย ?.. นี่เขาคงนั่งเหม่อจนไม่รู้เวลาเลยสิเนี่ย..
ซึงรีเปิดประตูออกอย่างหน่ายๆ ก่อนค่อยๆเดินลงบันไดไปหาแม่ของเขาที่ห้องครัว เป็นอย่างที่คิดแม่ของเขาในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้ากำลังจัดอาหารวางเรียงบนโต๊ะ
อีซึงฮยอนเดินเข้าไปกอดเอวผู้เป็นแม่จากด้านหลังและฝังจมูกลงบนแก้มของหล่อนเบาๆ
" คิดถึงฝีมือทำอาหารของแม่จังฮะ.."
" แม่ก็คิดถึงเด็กดื้อของแม่เหมือนกัน นี่ แม่ทำหมูเปรี้ยวหวานด้วยนะจ๊ะ ลองชิมดูสิ"
" หมูเปรี้ยวหวานเหรอฮะ.. แม่รู้ของโปรดผมได้ไงเนี่ย ?"
" แหม.. นอกจากแม่แล้วยังมีคนอื่นที่รู้อีกไม่ใช่เหรอ "
".. เอ๋..?"
" เขาก็ทำให้ลูกทานวันแรกที่ลูกไปบ้านเขาไม่ใช่เหรอ พ่อซึงฮยอนอีกคนน่ะ"
...
" เฮียนะเฮียแอบโทรคุยกับแม่คืนก่อนกลับก็ไม่คิดจะบอกกันบ้าง ว่าทำไมตอนเช้าเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย " พูดกับตัวเองเบาๆหลังจากอาบน้ำแต่งชุดนอนและทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม
อีซึงฮยอนมองนาฬิกาบนฝาผนัง นี่เพิ่งจะสองทุ่มกว่าเอง เขาโทรไปหาเฮียจะดีไหมนะ ? สายของเขาจะรบกวนอะไรรึเปล่า ? เอ๊ะ แต่บางทีเฮียอาจรอโทรศัพท์จากเขาอยู่ก็ได้นะ
ไม่ไม่ ! ไม่โทรดีกว่า เราปฏิเสธไปแล้วนี่นา ยิ่งโทรไปเดี๋ยวก็หาว่าให้ความหวังอีก !
นัยน์ตากลมลอบมองโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยบนลิ้นชักข้างเตียง ใจหนึ่งก็ร้องห้ามไม่ให้มือยื่นไปหยิบมันมา อีกใจหนึ่งก็ภาวนาอยากให้มันดังขึ้นมาแล้วเป็นสายของเขา
โธ่ว้อย ! .. ก็แล้วทำไมทุกอย่างมันขัดกันมั่วอย่างงี้ล่ะเฮ้ย !
อีซึงฮยอนตัดสินใจขั้นเด็ดขาด มือเล็กคว้าโทรศัพท์จากหัวเตียงใช้นิ้วดันฝาพับขึ้นอย่างรวดเร็ว นิ้วโป้งกดไปยังเบอร์ติดต่อที่เมมไว้เบอร์แรกแต่ไม่ทันที่จะกดปุ่มสีเขียวๆด้านซ้าย โทรศัพท์เครื่องจิ๋วก็ร้องออกมาลั่นบ้านพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนขุมนรก
ตกใจหัวใจแทบหยุดเต้นแต่วินาทีต่อมากลับใจเต้นตุ้บๆเมื่อเห็นสายเรียกเข้า
‘ Choi.. ' ( กดรับด้วยความเร็วแสง )
".. ฮ..ฮัลโหล "
"( ซึงริเหรอจ๊ะ ขอสายแม่หนูหน่อยสิลูก น้าโทรไปเครื่องแม่หนูก็ไม่ติด สงสัยแบตฯหมด แม่หนูอยู่รึเปล่าจ๊ะ ซึงริ.. ซึงริ )"
" ....." ( มองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง )
" ซึงริได้ยินน้าไหมจ๊ะ ?.. ซึงริ"
" หะ.. อ้อ ฮะคุณน้า แม่อยู่ในครัว รอสักครู่นะฮะ เดี๋ยวผมเอาโทรศัพท์ลงไปให้แม่ก่อน "
อีซึงฮยอนลงไปชั้นล่างเพื่อไปส่งโทรศัพท์ให้แม่ก่อนขึ้นบันไดกลับห้องอย่างเซ็งๆ เห็นสายเรียกเข้าขึ้นชเวๆ ไอ้เขาก็ยิ่งลุ้นๆอยู่ ใครจะทันนึกล่ะว่าชเวไหน มันก็ต้องนึกถึง ‘ชเว' คนที่ตัวเองรอไว้ก่อนน่ะสิ
ที่แท้ก็เพื่อนแม่โทรมาเข้าเครื่องเขาเพราะเครื่องแม่แบตฯหมด นี่แม่แอบเมมชื่อเพื่อนแม่ไว้ในเครื่องเขามันยิ่งทำให้เขาเข้าใจผิดว่าเป็นชเวอื่นนะ ..
แต่ว่า.. นี่เขารอโทรศัพท์จาก ‘ ชเว' คนนั้นขนาดนี้เชียวหรือ ?
ช่างเถอะ ไว้เดี๋ยวแม่เอาโทรศัพท์มาคืนเราค่อยโทรไปก็ได้..
...
หญิงวัยกลางคนเปิดประตูไม้ฝั่งห้องลูกชายออกหล่อนยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นตาคล้ำๆของเจ้าลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงปิดสนิทพร้อมเสียงหายใจสม่ำเสมอ นี่หล่อนคุยโทรศัพท์นานเสียจนเจ้าของโทรศัพท์คนนี้หลับไปแล้วเลยหรือ ?
เธอขึ้นมาคืนโทรศัพท์ให้ร่างเล็กบนเตียงแต่ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กของเธอจะหลับเสียสนิท คุณนายอีวางโทรศัพท์เครื่องสวยไว้บนลิ้นชักที่ลูกชายชาร์จแบตประจำ
‘ ลูกไม่น่าหลับตอนนี้เลยนะซึงฮยอน '
เมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักนอนกอดหมอนข้างตาพริ้มแม่อย่างเธอก็ไม่กล้าที่จะปลุกขัดความฝันของเขา หล่อนลงมือเขียนโน้ตเล็กๆตัวหนึ่งแปะไว้ข้างๆโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น
...
ท้องฟ้ายามเช้าช่างสวยงามที่สุด แดดอ่อนๆค่อยๆสาดเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนของคนตื่นเช้า อีซึงฮยอนบิดขี้เกียจเล็กน้อยบนเตียงก่อนลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เมื่อแน่ใจว่าจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยเจ้าตัวก็เดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง
มือเรียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นจากลิ้นชักเช็คดูสายที่ไม่ได้รับ.. หลับตาปี๋ภาวนาให้คนๆหนึ่งโทรมาตอนที่เขาหลับเมื่อคืน แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็ต้องผิดหวังเหมือนที่คิดไว้
เมื่อคืนนอกจากเพื่อนแม่.. ไม่มีใครโทรหาเขาเลย..
ก็ดีแล้ว.. ไม่มีใครโทรหาก็ดีแล้ว ไม่ต้องโทรกลับ ไม่เปลืองตังค์ไง...
มองโทรศัพท์มือถือแล้วถอนหายใจเบาๆ กำลังจะวางโทรศัพท์กลับไปไว้ที่เดิมแต่สายตาก็ดันสบกับโน้ตสีชมพูเล็กๆที่ผู้เป็นแม่แปะไว้บนโต๊ะ อีซึงฮยอนหยิบมันขึ้นมา
‘ โน้ตอะไรน่ะ ?'
...
สนีกเกอร์คู่งามก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์สีคันสวย เขาถอดหมวกกันน็อคออกใบหน้าคมคายสะบัดไปมาไล่ความชื้นจากเหงื่อบนศีรษะ มือเรียวหยิบกระเป๋าสตางค์ในกางเกงก่อนยื่นธนบัตรให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่สะกิดหลังทวงเงินเขายิกๆสองใบ
มึงให้กูเท่สักประมาณสองสามวิฯได้มั้ยครับมอ'ไซค์รับจ้างที่เคารพ !?
แล้วทำไมไม่ขี่มาเอง ..? ไอ้เขาก็อยากใช้มอเตอร์ไซค์ตัวเองมาให้เท่มันอยู่หรอกนะ
แต่โซลกับกวางจูมันใกล้กันซะที่ไหน..
เขาถึงต้องนั่งรถไฟแล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาถึงนี่ไง !
เพราะใครกันนะ ?
คงเป็นลูกชายเจ้าของบ้านที่เขากำลังกดกริ่งอยู่มั้ง ?
หรือว่าเป็นคนตัวเล็กๆที่น้ำตานองหน้าเปิดประตูออกมา ?
เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นคนที่กำลัง ‘กอด' เขาซะแน่นตอนนี้ล่ะ ?
จะคนไหนมันก็คนเดียวกันนั่นแหละ..
กระดาษสีชมพูในมืออีซึงฮยอนถูกขยำแน่นเสียจนเกือบขาด หากแต่ข้อความที่เขียนด้วยปากกาหมึกสีดำของผู้เป็นแม่เมื่อคืนก็ยังไม่จางไป..
‘ พรุ่งนี้บ้านเราจะมีแขก แม่กับแม่ของพี่เขามีงานด่วนที่ต่างจังหวัด..'
‘ พี่เขาอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้.. ช่วงที่แม่ไม่อยู่ก็ฝากดูแลพี่เขาด้วยละกันนะจ๊ะ'
ไอ้ประโยคแรกก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะแต่ไอ้ประโยคหลังเนี่ยสิ คิดจะลอกเขาเอาฮาหรือไงแล้วดูทำหน้าทำตายิ้มแป้นแล้นอีกนะ มันน่าทุบให้สักที !
" จะมาทำไมไม่บอกก่อนฮะ ?"
" หือ ?.. ก็ให้แม่บอกให้แล้วไง ?.. เมื่อคืนแม่เฮียไม่ได้โทรมาเหรอ ?" จับไหล่คนที่กอดอยู่เบาๆให้เงยขึ้นมองหน้า " เฮียว่าเฮียให้แม่เฮียโทรมาแล้วนะ ?.."
" อ.. เอ๋ .. งั้นเพื่อนแม่เมื่อคืนหรือจะเป็นแม่เฮีย ..!"
" ก็ถ้าใครโทรมาแล้วน้ำเสียงดูจะหน้าตาดีเหมือนลูกชายก็คงเป็นคนนั้นน่ะแหละ "
" แหวะ !"
ร่างสูงค่อยๆใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาบนแก้มออกเบาๆ เขาลูบแก้มใสนั่นไล่ไปถึงเรือนผมน้ำตาล ชเวซึงฮยอนยิ้มบางๆ " แล้วไม่อยากรู้เหรอว่ามาทำไม .."
แก้มใสเริ่มมีเลือดสูบฉีดสีแดงฉีดขึ้นหน้า ซึงริพยักหน้าเบาๆ " ก็อยากรู้..ฮะ.."
" ก็เจ้าชายกุหลาบต้องมาทำตามคำขอของผู้ต้องคำสาปน่ะสิ บอกแล้วไงว่าเฮียเป็นเจ้าชายที่ให้ได้ทุกอย่าง "
" แหวะ !.. แล้วรู้ได้ไงว่าเค้าขอแบบนั้น "
" มันเป็นพลังวิเศษที่เจ้าชายจะมีหลังจากแก้คำสาปได้ไง "
" เฮียมั่วนิ่มชะมัด "
สองซึงฮยอนหัวเราะให้กันก่อนผลัดกันเสหน้าไปทางอื่นราวกับจะรู้ว่าเรื่องต่อไปที่จะพูดกันคือเรื่องอะไร เป็นอีซึงฮยอนที่หน้าแดงขึ้นอีกเท่าตัวและเป็นชเวซึงฮยอนที่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทีดังกล่าว
" ว่ายังไงล่ะ.. ตอนนั้น เราปฏิเสธเฮียเพราะเรากลัวที่ต้องอยู่ห่างกันใช่ไหม ?"
" ...."
" แล้วถ้าตอนนี้.. พวกเราอยู่ใกล้กันขนาดนี้.. อีซึงฮยอนจะยังคบกับชเวซึงฮยอนได้ไหม"
...
ไอ้เฮียบ้า ไอ้เจ้าชายปัญญาอ่อน..
ไม่เห็นต้องทำให้ถึงขนาดนั้นเลย ลงทุนมาถึงกวางจูเชียวเหรอกับอีแค่มาขอเขาคบเป็นแฟนเนี่ยนะ ?.. แล้วพอถามเรื่องมหาลัยก็บอกว่าส่งรายงานประจำเทอมเสร็จก็ปิดเทอมเลย แล้วช่วงปิดเทอมยังบอกจะอยู่ที่นี่ไปอีกสามเดือน
ถ้าถามว่าเจ้าของบ้านอย่างเขาคิดยังไงกับสมาชิกคนใหม่ช่วงปิดเทอมคนนี้
แหม มันก็ต้องมีเล่นตัวกันบ้าง.. เขาจีบเฮียไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ทำไมตอนนั้นไม่สนกันบ้างล่ะ แล้วทีตอนนี้มาซึงริอย่างนู้นซึงริอย่างนี้ คบกับพี่นะ คบกับพี่มั้ย เห๊อะ !
" ตกลงว่าไง ?.. เราอยู่ใกล้กันแล้ว จะคบกับเฮียได้มั้ย "
" ไม่เอา ไม่คบ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ! "
" ซึงริเล่นตัวเหรอ ?"
.. เฮ้ย รู้ทัน !?
" ถ้าไม่คิดถึง ถ้าไม่อยากคบ..? แล้วเมื่อวานที่คุณป้าบอกแม่เฮียนี่หมายความว่าอะไรน้อ?~ .. ใครกันนะ นั่งซึมมองท้องฟ้า มองแผนที่ ~.. ใครกันน้านั่งเฝ้าโทรศัพท์รอให้สุดหล่อบางคนแถวนี้โทรไปหา ?"
คนคิดเล่นตัวหน้าแดงไปถึงหู นี่แม่แอบเอาพฤติกรรมเขาไปบอกชาวบ้านเรอะ ! แถมชาวบ้านที่รู้คนนั้นดันเป็นคนที่ไม่อยากให้รู้ที่สุดซะอีกนะ ! นี่เขาจะเอาหัวไปมุดที่ไหนดี ยิ่งผู้ชายข้างหน้าส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มองมาแล้วหัวเราะหึหึแบบนี้ความอายที่อยู่บนหน้ายิ่งทำงานสั่งเลือดฉีดเพิ่มขึ้นทุกที เฮ้ย ! คนที่ควรยิ้มหึหึตามบทควรเป็นเขาเซ่ !
" ไม่รู้ล่ะ ! จะเข้าบ้านแล้ว ไม่คุยด้วยแล้ว !" พยายามจะตัดบทหนีเข้าบ้าน ทว่าดูเหมือนอีกซึงฮยอนจะไม่ละความพยายามครั้งนี้เสียง่ายๆ
" ทุกคนครับ !! ทุกคนรอบๆละแวกนี้ !! ขอความกรุณาฟังผมหน่อย !!"
ซึงริสะดุ้งโหยงหันกลับไปมองพี่ชายที่เริ่มเลียนแบบพฤติกรรมของตัวเองเข้าทีละนิด ชเวซึงฮยอนวิ่งออกไปหน้าบ้านพร้อมป้องปากตะโกนลั่น
คนตัวเล็กวิ่งจู๊ดไปจับแขนของคนชื่อเหมือนกะจะลากให้เข้าบ้าน
แต่ดูเหมือนแรงที่น้อยกว่ามาก กลับทำให้เขาเป็นฝ่ายถูกลากไปหน้าบ้านเองซะงั้น !
" ผมชื่อชเวซึงฮยอน ผมเดินทางจากโซลมากวางจูเพราะคนๆหนึ่ง "
" ฮ.. เฮียพูดอะไรน่ะ ! พอเหอะ อายเค้า !".. เขย่าแขนเบาๆแต่ไม่เป็นผล
" เขาทำให้ผมรักแล้วก็ทิ้งผมไป เขาอ้างกับผมว่าเราคบกันไม่ได้เพราะเราอยู่ไกลกัน แต่ตอนนี้.. พ่อแม่พี่น้องครับ ! ผมมากวางจูเพราะผมรักเขาแต่เขากลับปฏิเสธผมอีก "
ชาวบ้านเริ่มหันมามองมากขึ้นเรื่อยๆ ลูกเล็กเด็กแดงเดินผ่านก็หัวเราะพร้อมสะกิดแม่ที่จูงมือกันเดินอยู่ให้หันมามอง
ไอ้คนพูดมันไม่อาย ..
แต่คนถูกลากมายืนข้างๆน่ะ มันอายว้อย !!!
" เฮีย ! อายมั้ยเนี่ย !? เข้าบ้านเหอะ ! "
" อายอะไร !? เต้นแอโรบิคหน้าคนเป็นสิบก็เคยเต้นมาแล้ว ตุ๊กตาเด็กเล่นก็เดินถือรอบห้างมาแล้ว แค่บอกรักแค่คำเดียว มีอะไรต้องอายอีกเหรอ ทุกคนครับ ผมรักเขา ผมรักเขา ผมรักเขา !! "
" โธ่เฮีย เลิกเอาแต่ใจสักทีได้มั้ย !"
ชเวซึงฮยอนหันกลับไปทางเสียงที่ปรามเขา ร่างสูงก้มหน้าลงก่อนส่ายหัวน้อยๆ มือใหญ่ยื่นไปจับมือเล็กที่อยู่ข้างลำตัวเจ้าของมันก่อนบีบมันเบาๆ เจ้าของมือคู่เล็กสะดุ้งน้อยๆแล้วเงยหน้ามองผู้ชายเบื้องหน้าอย่างเต็มตา
แววตาคมนั่นเวลานี้ดูจริงจังอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แรงบีบที่มือค่อยๆคลายทีละนิด
" ถ้าคราวนี้เฮียเอาแต่ใจ.. แล้วซึงริ.. จะช่วยให้ใจตอบมาบ้างได้รึเปล่า ?"
โอ้ว.. เสี่ยวสะเด็ด..
ซึงฮยอนทั้งสองคนมองหน้ากัน เป็นซึงฮยอนคนน้องที่ก้มหน้าลงหลบตาก่อน จะให้พูดตอบไปว่ายังไงล่ะ?! ก็เมื่อกี๊เขาแค่เล่นตัวเฉยๆ ไม่นึกว่าเฮียเทมป์เวลาจนมุมจะเอาจริงอะไรขนาดนี้ แถมทำหน้าตาซีเรียสเหมือนยืนคุยกับฆาตกรโหดสามร้อยศพ ตกลงเฮียเห็นเค้าเป็นอีซึงฮยอนหรือกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์กันแน่ครับ !!
" ซึงริ "
" ..."
" เฮียชอบแก "
ชเวซึงฮยอนเจ้าชายกุหลาบไม่ต้องเหงาที่ไม่มีเพื่อน..
เพราะตอนนี้มีคนบางคนหน้าแดงเสียจนกำลังจะกลายเป็นเจ้าชายมะเขือเทศบ้างแล้ว !
" อีซึงฮยอนเคยบอกว่าอยากสูง..ตอนนั้นเฮียพูดไปเองว่าถ้าอยากสูงต้องใช้นามสกุลชเว"
" ...."
" แต่ตอนนี้.. เฮียเริ่มอยากเตี้ยแล้วล่ะ"
" อ.. เอ๋ "
" เอ่อ.. ก็ไม่ได้โกหกอะไรหรอกนะแต่ว่า.." เว้นวรรคช่วงเล็กน้อยกระตุ้นความสงสัยของเจ้าของคู่คิ้วขมวดปมเบื้องหน้า " แต่ว่าอะไรฮะ..? "
" ก็.. ไม่เคยได้ยินเหรอ ถ้าอยากสูงต้องใช้นามสกุล‘ชเว'.. แต่ .. ถ้าอยากเตี้ย... "
" ก็ต้องมีแฟนนามสกุล‘อี' "
" ก็ไม่รู้ว่าคนนามสกุล ‘อี' แถวๆนี้จะยินดีคบกับคนอยากเตี้ยคนนี้รึเปล่าน่ะสิ "
อยากตะโกนด่าไปว่าแถมุกตอนเด็กๆมาเล่นได้เสี่ยวเสื่อมสั่วที่สุดแต่อะไรมันก็พูดไม่ออกซะงั้น หน้าที่ตอนแรกคิดว่าจะแดงแค่ซอฟต์ๆ (?) แต่ตอนนี้ปรอทความดันเลือดฉีดขึ้นหน้าดันพุ่งไปถึงขีดสูงสุดจนถ้าเป็นของจริงคงแตกใส่หน้าคนเสี่ยวข้างหน้าไปแล้ว
อีซึงฮยอนคนเอาแต่ใจถ้าต้องมาเจอกับคน( ฝึก )เอาแต่ใจอย่างคนๆนี้ทุกวันคงไปรับจ๊อบยืนเป็นสัญญาณไฟแดงให้สี่แยกหน้าทงแดมุนได้สบายๆ
ว่าแต่.. แล้วที่อายเมื่อกี๊หายไปไหนหมด ?..
เหมือนตอนนี้จะเชื่อในคนข้างหน้ามากจนไม่สนใจใครไปแล้วสินะอีซึงฮยอน..
" หน้าแดงแบบนั้น.. เลิกเล่นตัวแล้วเหรอ?"
" ถ้าอย่างนั้น.. หมายความว่านาทีต่อจากนี้.. เฮียจะได้เตี้ยสมใจแล้วใช่มั้ย ?"
ทำไมต้องถามเน้นๆย้ำไปย้ำมาแบบนั้นด้วย ..!
ก็ทำถึงขนาดนี้แล้วมันจะมีคำตอบอย่างอื่นให้ตอบอีกรึไงกันเล่า !
...
ทุกคนฮะแฟนของผมเขาชื่อ ‘ ซึงฮยอน '
ชื่อของพวกเรา ‘เหมือน' กัน เพียงแต่ว่า..
" เฮียฮะ .." ... แฟนของผมน่ะ
ทุกๆครั้งที่เขานอนตักผมและผมใช้มือลูบผมเขา.. เขาจะชอบพูดว่า..
" ขออยู่แบบนี้อีกสักพักนะ.."
จะมีใครรู้ว่ามันเป็นคำพูดที่ผมชอบที่สุดที่จะได้ยินจากปากเขา ผมยินดีจะให้เขานอนตักได้เป็นชั่วโมงๆ
แฟนของผม เขาชอบไปส่งผมที่โรงเรียนทุกเช้า
" ตั้งใจเรียนล่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวมารับไปกินไอติม "
ทุกๆเช้าที่ตื่นนอน เขาจะวางดอกกุหลาบสีขาวไว้ข้างหมอนผมหนึ่งดอกเสมอ
" โอ้โห อีซึงฮยอน วันนี้ตื่นเช้านะเนี่ย !.. ล้างหน้าล้างตาแล้วมากินข้าวเช้าสิ มีหมูเปรี้ยวหวานด้วยนะ "
เขาชอบสีแดงและบริทนีย์สเปียร์สเป็นที่สุด
" ซึงริ~.. ซีดีเซ็ตนี้เฮียยังไม่มีเลยอ้ะ ขอซื้อได้มั้ย นะนะนะ "
" ของเต็มรถแล้วนะฮะเฮีย วันนี้เรามาซื้อผักกับลูกชิ้นไปทำสุกี้กินกันไม่ใช่เหรอ อย่านอกแผนสิฮะ รีบๆเดินมาได้แล้วเร็วๆเข้า "
แฟนของผม.. เขาเป็น " เจ้าชาย" ล่ะ
" เออจริงสิ.. วันนี้เฮียยังไม่ได้ถอนคำสาปให้เลยไม่ใช่เหรอ "
แล้วเจ้าชายคนนี้น่ะ.. ช่วงนี้เขา..
" คืนนี้สงสัยเรา..คงต้องถอนคำสาปกันทั้งคืนแล้วล่ะมั้ง~ ที่รัก "
ร้ายขึ้นเยอะจริงจริงนะ !
The End..
_______________________________________________________________
Writer Talk : ไม่อยากจะช็อก ไม่อยากจะกรี๊ด ไม่อยากจะเต้นระบำ" แต่ฟิคเรื่องนี้มันจบแล้ว !!(สักที)" Orz.. แต่งมานานมากถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าหลายเดือนกว่าจะค่อยๆกลั่นกรองบลาๆออกมาแต่ละอย่าง จนฟิคชาวบ้านเค้าจบกันไปสี่ห้าเรื่องแล้วอีนี่ก็ยังนั่งกลั่นอยู่ X D'' 5555 ( ต๊าย หัวเราะได้หน้าด้านที่สุด.. )
ไม่รู้ว่าตอนจบทุกคนจะชอบรึเปล่านะคะ ... แต่แบบว่าเราชอบ ( อุ๊ยเขิน.. ) คือแล้วอยากรู้มากทำไมตอนนี้มันยาวขนาดนี้แล้วตอนที่แล้วนี่แบบสั้นจุ๊ดจู๋ซะด้วยนะ -__-^ .. นี่เราเป็นประเภทหารอะไรลงตัวไม่เป็นรึเปล่า ? 555
แล้วความเนียนของโป้นี่มีมานานมากตั้งแต่สมัยก่อนนู่น !
จะทำอะไรมือม้งมือไม้เขาอยู่ไม่ค่อยสุขนักหรอก -_- น้ำหนักมันถ่วงดุลกลัวล้มก็เลยต้องจับคนข้างๆไว้บ้างอะไรบ้าง จับมือ โอวเอว ~ แหมมันก็มีบ้างตามประสาพี่น้องที่สนิทกันมาก XD''
( ต.. แต่อีซึงฮยอนหน้าตาน่าฉุดมากเลยอ๊า ~ T T'' )
แบบว่าพี่น้องรักกันเขาก็ต้อง "ช่วยกันปรับไวร์เลส" ข้างหลังบ้างอะไรบ้าง ปรับไปยิ้มไป สุขใจเนาะได้จับ เอ๊ยปรับก้น เอ๊ยสายไวร์เลสเนี่ย 555555+ ( ผิดบ่อยนี่ต้องการจะสื่ออะไร ? ) ฮาอีซึงฮยอน ตอนแรกหน้านิ่งๆ แต่ก่อนโค้งแม่งอมยิ้มด้วยนะ *อรั๊งส์*
จบเรื่องภาพ มาคุยเรื่องฟิคต่อ .. ภาพพวกนี้เป็นแค่แรงบันดาลใจ เราไม่ได้มาลงเพื่อสื่ออะไรนะคะ =_=
แล้วก็..
' ฟิคเรื่องนี้จะทำการรวมเล่มดีมั้ยคะ ? '
อยากถามความคิดเห็นของผู้อ่านก่อนทำนิดหน่อยถ้าไม่อยากให้รวมก็จะไม่ทำ แสดงความคิดเห็นกันมาได้ในเอ็นทรี่นี้เลยนะคะคือถ้ามีคนจะให้ทำมากก็จะทำ .___.
สุดท้ายยิ่งกว่าท้ายที่สุด..
" ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านมากที่แวะเวียนเข้ามาอ่านฟิค 2seung ในบล็อกของเรา ทั้งผู้อ่านขาประจำ ผู้อ่านขาจรหรือแม้แต่คลิกลิ้งผิด (- -'') ขอบคุณทุกคนมาก ทุกคนมีส่วนช่วยทำให้ฟิคเรื่องนี้สำเร็จเสร็จสิ้น (?) ทั้งนั้น ถ้าไม่ได้ผู้อ่าน ผู้เขียนก็ไม่มีกำลังใจที่จะเขียนต่อ เพราะฉะนั้นขอบคุณจริงๆค่ะ : D"
ปล. เอ็มวีหายใจ.. กาโฮจียงเรียลไม่ทน !!!! ( ด.. เดี๋ยว .. นี่หมาเมะ ? ) กาโฮคะ ! บอสเอ็งไปทิ้งไว้ที่ไหนฮะ ! ( ล..แล้วฉันจริงจังมาก ?)
ปล 2. ขอบคุณทุกคนสำหรับการเยี่ยมชม.. สำนักข่าวจีดีเวิร์ล วันนี้..
ค่ะ =__=
( ไม่จบมุกนี้จริงๆนะเนี่ย 5555555555+ )




ทันไหม คิดถึงกราฟ
คิดถึง สองซึงฮยอนมากๆๆๆๆๆๆ
เดี๋ยวเลิกงานแล้วจะตามไปอ่านนะจ๊ะ
#1 By osky on 2009-09-23 15:07