[SF] White Rose [EP. VIII]
posted on 28 Aug 2009 20:25 by gdworld in WhiteRose
Previously
ออกมาข้างนอกคนเดียว
เดินออกมาแบบไร้เป้าหมาย..
เวลาเย็นค่ำมืดดึกดื่นป่านนี้ ผู้ชายที่กำลังเดินเรื่อยเปื่อยคนหนึ่ง ภายในใจกลับไม่ได้เย็นดังเช่นอากาศรอบข้างเลยสักนิดเดียว เจ้าของร่างสูงนั่นมองนาฬิกาข้อมือเป็นพักๆ ถ้ามีใครบางคนสังเกต จะเห็นว่าเขาเดินวนเวียนไปมารอบหมู่บ้านตัวเองเท่านั้น
เขาไม่อยากทิ้งบ้านเลยในเวลานี้ ไม่อยากให้ใครบางคนต้องอยู่คนเดียว แต่อะไรบางอย่างมันก็ค้ำเอาไว้ไม่ให้เขากลับไป ก็นั่นแหละ ‘ฉันไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับเขา จนกว่าเขาจะสำนึกผิด' คำพูดที่เขาพูดออกไปแล้วและเขาต้องการจะทำมันจริงๆ
ทว่า..
รู้ตัวอีกทีขาก็พาร่างกายมายืนข้างเตียงเสียแล้ว..
สายตาคมมองนิ่งไปยังร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเขา อีซึงฮยอนจะรู้ไหมว่าเขาเป็นห่วงเพียงใดในเวลานั้นที่วิ่งตามหาเจ้าตัวแทบพลิกแผ่นดิน จะรู้บ้างไหมว่าเขาหวาดกลัวขนาดไหนว่าจะเกิดอันตรายขึ้น..
‘ ขอโทษสิ.. ขอโทษแค่คำเดียว.. ฉันจะทำเป็นลืมเรื่องทั้งหมด ฉันจะถามว่าเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยรึเปล่า จะหาทุกอย่างมาให้เท่าที่อยากได้.. ขอโทษสิ แค่พูดคำว่าขอโทษ...'
ภาพตรงหน้าไม่มีอะไรเปลี่ยนไป อีซึงฮยอนยังคงนอนหันหลังให้เขานิ่งไม่ขยับ ชเวซึงฮยอนถอนหายใจน้อยๆก่อนล้มตัวลงนอนบนฟูกเช่นเดิม
เขาฝืนเล่นบทโหดไป และมันกลับมาทำร้ายตัวเขาเสียเอง ไอ้คำพูดที่เขาพูดไปตอนกลางวันว่า ‘ซึงริน่ะ เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นที่เอาแต่ใจแล้วฉันจะไม่ยอมให้' นั่นไม่เคยเป็นจริงสักนิด.. เขาเกิดมาเพื่อยอมให้อีซึงฮยอนทุกเรื่องไม่ว่าจะทำอะไร..
และครั้งนี้จะเป็นอีกครั้งที่เขายอมให้ซึงรี..
" ขอโทษ"
"...!?"
ไม่ใช่เสียงชเวซึงฮยอนที่กำลังตั้งใจจะเอ่ยคำๆเดียวกันออกไป หากแต่เป็นเสียงของคุณหนูผู้ขัดไม่ได้ที่กำลังลุกขึ้นนั่งก้มลงมองมาทางเขาต่างหาก
ซึงริปีนลงจากเตียงก่อนเดินเข้าไปกอดและซุกหน้าลงไปบนแขนซึงฮยอน
"เค้าขอโทษที่ไปไหนแล้วไม่บอกเฮีย ต่อไปเค้าจะไม่ทำอีกแล้ว อย่าโกรธเค้าเลยนะ"
ซึงฮยอนแทบจะตบหน้าตัวเองเมื่อได้ยินคำดังกล่าวออกจากปากร่างบางผู้ที่ปกติเขาจะยอมให้มาตลอด เขานึกว่าตัวเองฝันไปหากแต่มันก็เป็นเรื่องจริง
เจ้าของพวงแก้มที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาข้างหน้าเขานี้เป็นเรื่องจริง
...ยังไงล่ะ ? ไหนบอกว่าเขางี่เง่า เขาบ้าที่สุดในโลกไม่ใช่หรือ ทำไมต้องร้องไห้? ทำไมต้องขอโทษ? แค่ทำให้เขาเป็นห่วงมาก ไม่จำเป็นต้องขอโทษก็ได้..
ไม่ว่าอย่างไรชเวซึงฮยอนก็ต้องง้ออีซึงฮยอนทุกเรื่องไม่ใช่หรือ ?
แล้วที่ซุกแขนขอโทษเขาอยู่นี่มันอะไรกัน..?
" ทำไมถึงออกไปแล้วไม่บอกกันก่อน"
" โปสการ์ดเฮียปลิว.. เค้าเลยจะรีบออกไปเก็บให้ ไม่นึกว่าจะหลง.."
" เห็นว่าโปสการ์ดอะไรนั่นสำคัญมากงั้นสิ ?"
" ก็ของรักเฮียไม่ใช่เหรอฮะ.. เฮียเคยบอกเค้าว่าเฮียรักมันมากนี่"
" แล้วนึกว่ามันสำคัญกว่าเรารึไงฮะ !!!"
" ก็แล้วมันไม่ใช่เหรอฮะ !!"
" ก็ไม่ใช่นะเซ่ !!!"
..
" ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ วันนั้นที่เผา.. จะไม่ห้ามเลย.. "
ลมเย็นๆจากด้านนอกพัดผ่านผ้าม่านสีฟ้าอ่อนเข้ามายังห้องนั้น ราวกับต้องการจะล้อมร่างทั้งสองเอาไว้ ชเวซึงฮยอนไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตัวเขาคว้าร่างตรงหน้านั่นมากอดไว้กับอกตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้อีกทีก็ตอนที่เจ้าตัวเล็กแย้งออกมาเบาๆว่าหายใจไม่ออกนั่นแหละ
ชเวซึงฮยอนคลายกอดน้องออกแล้วมองหน้าเจ้าตัวเล็กที่เริ่มทำหน้ายู่ใส่เขาตามแบบฉบับของตัวเองอีกครั้ง " ทำมาพูดดี ตอนกลางวันไม่เห็นเฮียพูดแบบนี้เลย .."
" เฮ้ย ! ไอ้เล็ก ที่เฮียทำไปเพราะเป็นห่วงแกนะ"
" ไม่รู้ล่ะ ใครบอกให้ตะคอกใส่หน้าเค้ากันล่ะ !"
อ้าว.. เข้าบทบาทเดิมกันเสียแล้ว ?
คืนนั้น อีซึงฮยอนลงมานอนที่พื้นกับพี่ชื่อเหมือนกัน ลงมาทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตแต่หากวันนี้กลับไม่มีใครว่า ชเวซึงฮยอนผู้ปกติจะย้ำเป็นหนักเป็นหนาว่าสองคนจะนอนด้วยกันไม่ได้ หากแต่วันนี้เขากลับกางแขนซ้ายให้เจ้าตัวเล็กนอนพิง..
ภายในห้องที่แสงสลัว แสงจันทร์เท่านั้นที่สาดลงมาเห็นการกระทำของพวกเขาทั้งสอง
ซึงรีตัวน้อยหันหน้าไปหาเจ้าของแขนอุ่นข้างๆ เพิ่งรู้สึกตัวเหมือนกันว่าตอนนี้คนๆนั้นก็กำลังหันมามองเขาอยู่พอดี ความเงียบเกิดขึ้นในห้องอีกครั้งเมื่อตาของทั้งคู่บังเอิญสบกัน เป็นอีซึงฮยอนที่ผลุบตาหลบลงก่อน ไอ้เขาก็ไม่ได้เขินนะเว้ย มันแค่แบบว่าเกิดอาการแสบตาตอนกลางคืนแค่นั้นเอง
" ..... "
" ซึงริ"
" ฮะ"
" นิทานเรื่องสโนว์เทมป์มันยังไม่จบจริงๆหรอกนะ อยากฟังต่อไหม ?"
" อื้ม"
จู่ๆเกิดอารมณ์ครึ้มบ้าครึ้มบออะไรถึงคิดจะมาเล่านิทานก่อนนอน อีซึงฮยอนคนดีก็ไม่ค่อยเข้าใจเขาเหมือนกัน เจ้าตัวเล็กขมวดคิ้วน้อยๆแต่ก็ค่อยๆกระเถิบตัวเข้าใกล้คนข้างๆทีละนิด " จบให้แฮปปี้นะเฮีย" .. ออกคำสั่งอีกครั้งพอเป็นพิธี
ชเวซึงฮยอนยิ้มน้อยๆพลางมองหน้าเจ้าตัวเล็ก.. " จะบอกอะไรให้นะ ซึงริที่เจ็ดน่ะ ไม่ได้หลับไปตลอดกาลเหมือนที่เฮียเล่าทิ้งเอาไว้อย่างคืนนั้นจริงๆหรอก"
คนฟังขมวดคิ้วขึ้นเป็นปม " อ้าว ไหงงั้นล่ะฮะ ?"
ซึงฮยอนยิ้มอีกครั้ง " ก็เพราะมีคนมาช่วยแก้คำสาปไง"
" แก้คำสาป ?.."
" เคยฟังนิทานเรื่องสโนไวท์รึเปล่า ?"
" ก็เคยฮะ"
" แล้วรู้ใช่ไหม ว่าคำสาปในตอนจบน่ะ ถูกแก้ยังไง ?"
"...."
" เค้าก็... ทำอย่างนี้ไง..."
..
กลิ่นหอมหวานของกุหลาบเจือไปด้วยรสชาติของความสุขค่อยๆโอบล้อมรอบห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆในบ้านเล็กๆหลังนั้น ราวกับมีแสงสีขาวเป็นเส้นถักร้อยเกิดขึ้นและพันธนาการรอบร่างคนสองคนในเวลานั้น บางสิ่งบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่เฉพาะแค่ความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กัน แต่กลับเชื่อมโยงกับเรื่องคำสาปเมื่อหลายร้อยปีก่อน...
ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างไร ?
ความรู้สึกที่มีให้กันในค่ำคืนสุดท้ายและฉากจบของนิทานที่คล้ายคลึงกับตำนานเรื่องหนึ่ง.. สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ว่าด้วยเรื่องเจ้าหญิงผู้ถูกคำสาปจากแม่มดใจร้ายนั่น.. คำสาปหายไปด้วยรสชาติความรักที่เจ้าชายมอบให้.. ‘ ผ่านรอยจุมพิต '
ความรักอันบริสุทธิ์ เมื่อถูกประทับลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย จุมพิตของเจ้าชายกุหลาบขาว มีความสามารถในการเยียวยายิ่งกว่าเกสรกุหลาบขาวนับร้อย.. ไม่มีอะไรที่รอยจุมพิตนั้นไม่อาจรักษาได้ คำสาปที่ถูกสาปไว้เมื่อร้อยปีก่อนก็เช่นกัน
จะถูกลบล้างไปทันทีเมื่อริมฝีปากของเขาประทับลงไป...
...
" แหวะ กูจะอ้วก .."
โอคแทคยอนสบถออกมาเบาๆเมื่ออ่านหนังสือ ‘อาถรรพ์รายวัน' ที่หายไปคราวที่แล้วออกมาจนจบบรรทัดสุดท้าย ความเลี่ยนของนิยายโรแมนติกโบราณทำเอาผู้ชายหน้าตาดีที่สุดในสามโลกอย่างเขาแทบจะอาเจียนตรงข้ามกับกงกยูจงที่ดูจะสนอกสนใจเนื้อหาหนังสือเล่มนี้เป็นพิเศษ
" นี่ตกลงว่าต้องแก้ด้วยการจูบงั้นเหรอ ?" ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางอ่านข้อความดังกล่าวซ้ำอีกรอบ
นอกจากความรู้สึกเคลื่อนเหียนอยากอาเจียนแล้ว โอคแทคยอนยังอยากกระทืบหนังสือเล่มนี้ให้แหลกคาเท้าอีกด้วย เขาย้อนไปนึกถึงสาเหตุที่ซึงริกลายเป็นเวอร์ชั่นขนาดจิ๋วตามคำพูดที่กยูจงเคยบอกเมื่อหลายคืนก่อน
‘ถ้าวันนั้นลูกหลานของเจ้าชายกุหลาบท้องร้องเกินสามครั้งแล้วพ่นข้าวใส่หน้าใครก็ตามคำสาปจะเกิดผล'
ใครจะคิดว่าวิธีแก้คำสาปดันง่ายยิ่งกว่าการยัดกล้วยเข้าปากไอ้เทมป์ซะอีก ไอ้เขานะ นึกเกือบตายว่ามันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนเงื่อนตายแกะไม่ออกอะไรแบบนั้น นึกไปถึงว่ายอดชายชเวซึงฮยอนต้องไปถลกหนังสิงโตแอฟริกาทำพิธีบูชายัญอะไรต่อมิอะไร
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถึงจะดูว่าเป็นวิธีง่ายๆแค่จูบ แต่ว่า..
" สองคนนั้นจะทำได้เหรอ ? ตอนนี้แค่หน้ายังไม่ยอมมองกันเลยนี่"
กยูจงพูดถูกที่สุดในรอบยี่สิบสองปีที่เกิดมา แทคยอนเห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่นกัน เมื่อคืนชเวซึงฮยอนกับอีซึงฮยอนทะเลาะกันเพราะเรื่องที่ซึงฮยอนคนหลังออกจากบ้านไปแล้วไม่ได้บอกก่อน พ่อคุณซึงฮยอนคนแรกก็ฉุนซะบ้านเกือบแตก นี่คือสาเหตุที่ถึงจะรู้วิธีแก้แต่ถ้าจะแก้ตอนนี้คงยาก
" กูว่าเราไปช่วยสองคนนั่นเคลียร์กันที่บ้านไอ้เทมป์ดีกว่าว่ะ"
กยูจงเห็นด้วยกับความคิดของแทคยอน สองคนออกไปสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์หน้าบ้านพร้อมหนังสืออาถรรพ์รายวันที่พกติดตัวไปเป็นหลักฐาน
สองคนที่กำลังนั่งหน้าเครียดขี่มอเตอร์ไซค์คิดวิธีคืนดีไปบ้านเจ้าชายกุหลาบขาวนั้นช่างไม่รู้อะไรเสียเลย น่าสงสารพวกเขาที่คิดหาวิธีทางคืนดีเสียจนหัวแทบทิ่มแต่มันกลับเปล่าประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ
หลังจากปรึกษากันถึงวิธีคืนดีที่สองคนคิดว่าเวิร์คที่สุดแล้ว โอคแทคยอนกับกงกยูจงก็ตัดสินใจเปิดประตูบ้านซึงฮยอนเข้าไป สูดหายใจเฮือกใหญ่หนึ่งทีด้วยมั่นใจว่ามันคงสู้บรรยากาศอึมครึมในบ้านหลังนี้ได้บ้าง ความรู้สึกอึดอัดที่คาดว่าจะมีคงไม่บีบคอเขาตายก่อน
ทว่า..
บรรยากาศอึมครึมหรือความรู้สึกอึดอัดระหว่างทั้งสองซึงฮยอนในบ้านเมื่อคืนนี้ เวลานี้กลับกลายเป็นบรรยากาศบางอย่างที่แทคยอนคิดว่ามันตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าใครก็คงตาโตเป็นไข่ห่านถ้าต้องเจอเหตุการณ์เดียวกันกับเขา
" ซึงฮยอนอา.. ตัวนุ่มจังเลย.. ขอหอมหน่อยนะ~ "
" อยากได้หอมก็ไปหยิบในครัวเองสิฮะ ไม่เอาแล้วจั๊กจี้ เฮียปล่อยเหอะน่า จะออกไปปั่นจักรยานกันไม่ใช่เหรอฮะ เดี๋ยวก็เย็นกันพอดี"
" ไม่ปล่อย จะกอดไว้อย่างนี้แหละ จักรยานเดี๋ยวค่อยไปก็ได้ มันไม่หายไปไหนหรอกน่า.. อื้อ.. ชื่นใจจังเลย" ประโยคหลังมันใส่ออฟชั่นฝังจมูกลงบนซอกคอของน้องที่ถูกกอดไว้แน่นจากข้างหลังอีก กระตุ้นความหงุดหงิดของผู้ชายสองคนที่เปิดประตูบ้านเข้ามามองเหตุการณ์อีกทวีคูณ
" สองคน.. ดูมีความสุขกันจังเลยนะ "
" ฮ.. เฮียแทค !"
" เชี่ยสมชาย !"
คำสรรพนามเรียกแทนตัวเขาหลุดออกมาจากซึงฮยอนทั้งคู่ นอกจากนี้มือทั้งสองที่รัดเอวอีซึงฮยอนไว้แน่นก็คลายหลุดอย่างรวดเร็วราวกับเป็นรีเฟลคแอคชั่นของผู้ชายขี้เต๊ะอย่างชเวซึงฮยอน เขามองแทคยอนและกยูจงขณะที่ร่างกายก็ขยับห่างจากร่างที่เคยกอดเกี่ยวเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว ถึงจะแสดงออกทางสีหน้าโต้งๆว่าไม่อยากปล่อยแต่เขาก็ต้องฝืนใจทำมัน
" ซึงริกลับมาตัวโตแล้วเหรอ แล้ววิธีแก้คำสาป.. เอ๊ะ อย่าบอกนะว่านายรู้วิธีแก้คำสาปด้วยน่ะ ? ไม่งั้นซึงริคงไม่กลับมาเป็นแบบเดิมแบบนี้ใช่ไหม ? "
" กูว่ามันไม่รู้หรอก แต่อารมณ์กับสันดานมันพาไป "
" ถ้างั้น.. มึงจูบปากกับน้องเค้าแล้วงั้นสิ ใช่ไหมเทมป์ !?"
เมื่อโดนท้วงขึ้นมาถึงวิธีแก้คำสาปเสียงที่เคยแสดงความหื่นกามเมื่อครู่ของเจ้าชายเสี่ยงข้อหาพรากผู้เยาว์ก็ค่อยๆอ่อยลงอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาค่อยๆพูดตะกุกตะกัก
" ป.. ปากกูแค่แตะกับน้องเค้าแค่นิดเดียวเอง นิดเดียวจริงๆนะเว้ย ก็แหม..บรรยากาศมันพาไป ผ.. ผิดตรงไหนล่ะ หรือมึงไม่เคยจูบใคร วัยรุ่นน่ะมันต้องมีกันบ้างสิ เกิดมาทั้งทีจะได้ไม่เสียชาติเกิดฟรีๆไง ไม่เคยดูเหรอโฆษณาเป๊บซี่ที่เขาบอกให้เต็มที่กับชีวิตน่ะ เอ๊ะๆ หรือไม่เคยดูกัน พวกมึงนี่ช่าง.."
" เทมป์.. พวกกูแค่ถามว่ามึงจูบกับน้องรึเปล่าเองนะ พล่ามเชี่ยไรยาว ?"
ยิ่งถูกทักขึ้นอีกทีความตะกุกตะกักในน้ำเสียงเขาก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ
" กู.. กูก็บอกไปแล้วว่าโดนนิดเดียว น้องตัวเล็กแค่นั้นกูจะจูบอะไรได้ ก็แค่ปากแตะๆ !"
" คึคึ.. แต่หลังจากแก้คำสาปนะ พอเค้าโตขึ้น เฮียก็กอดๆคลำๆอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมดเลยฮะ แล้วเมื่อคืนเราก็นอนกอดกันด้วย หลับสบ๊ายสบาย สบายยิ่งกว่านอนในตะกร้าบนเตียงคนเดียวตั้งเยอะ ~ "
ดูเหมือนซึงริที่เข้าร่วมบทสนทนาร่วมผสมโรงจะไม่ทำให้สถานการณ์ของยอดชายชเวซึงฮยอนจะดีขึ้นสักเท่าไหร่ รอยยิ้มเจ้าตัวเล็ก ( ที่ตัวโตแล้ว ? ) ออกแนวงงๆเล็กน้อยเมื่อพี่ชายเลือกที่จะจบบทสนทนาและพาเขาออกไปเอาจักรยานในสวนแทน
" ทำไมไม่ให้เค้าบอกสองคนนั่นไปล่ะฮะว่าเมื่อคืนเป็นยังไง เผื่อพี่กยูจงจะได้เอาลงเว็บให้ข้อมูลกับคนที่เจอแบบเราไงฮะ แบบว่าเป็นเคทสตาร์ทดี้กรณีศึกษาอะไรอย่างเงี้ย"
ชเวซึงฮยอนกุมขมับน้อยๆ เขาดันหลังซึงริออกไปถึงหน้าบ้านและจัดการเอาจักรยานคันสวยของตัวเองออกจากสวนก่อนจัดแจงขึ้นไปนั่งโดยไม่ต่อความยาวสาวความยืดกับเจ้าตัวเล็กที่อยากบรรยายเรื่องเมื่อคืนเสียเต็มที จัดแจงให้เจ้าตัวเล็กนั่งบนเบาะหลังสีแดงส่วนตัวเองก็รับหน้าที่สารถีปั่นจักรยานให้คุณหนูเช่นเคย
ชเวซึงฮยอนไม่ได้ปั่นจักรยานออกจากบ้านและมีใครบางคนนั่งกอดเอวเขาพร้อมเสียงคุยจ้อนู่นนี่ด้วยกันมานานแล้ว..
ชาวบ้านทั่วไปมองภาพที่เห็นแล้วก็บอกว่าน่ารักดี แม่บ้านจูงเด็ก เจ้าของร้านขายผัก ลูกค้าร้านคอฟฟีชอปข้างทางมองซึงฮยอนคนพี่ปั่นจักรยานไปหัวเราะไปกับเสียงเจื้อยแจ้วของร่างเล็กที่กอดเอวเล่าเรื่องเรื่อยเปื่อยด้านหลัง
ทุกคนมองว่าสองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วช่างน่ารักเหมาะสม
มีเพียงคนเดียวที่เกือบจะกระโดดออกจากในบ้านไปเตะจักรยานชเวซึงฮยอนให้กลิ้ง..
" ไอ้บ้านั่นให้กูเครียดทั้งคืน แต่มันกลับออกไปปั่นจักรยานลัลล้ากับเด็ก.."
" ลุงเหยินโรคจิตจัง เกาะมุมตึกอยู่ได้ " เด็กน้อยมินจิที่ตามมาทีหลังบ่นขณะเลียไอติม
" ฉันไม่ได้โรคจิตนะยัยเด็กหัวเห็ด ! ฉันสมควรโกรธไหมล่ะ เธอไม่เห็นเหรอสองคนที่นั่งจักรยานไปน่ะ ไอ้อ้วนนั่นน่ะ มันหนีฉันที่เป็นห่วงมันทั้งคืนไปปั่นจักรยานกับแฟนน่ะฮะ ! ดูสิดู ! "
เด็กหญิงมินจิที่ตามมาทีหลังมองตามไปยังจักรยานสีแดงที่เพิ่งปั่นผ่านตึกที่โอคแทคยอนออกมา " ลุงอ้วนกับแฟนเหรอ?" หล่อนทวนคำซ้ำอีกครั้งแล้วเพ่งไปยังร่างที่นั่งซ้อนเบาะหลังสีแดง มินจิยิ้มกว้างแล้วชี้ไปที่ร่างบางนั่น
" พี่ชายคนนั้น.. หน้าเหมือนตุ๊กตาของลุงอ้วนเลยอ้ะ"
...
ซึงริชอบกลิ่นหญ้าที่สุด
เพราะซึงริชอบกลิ่นหญ้าที่สุด ชเวซึงฮยอนผู้แสนดีจึงชอบกลิ่นหญ้าที่สุดบ้าง
เขาไม่ได้ชอบตามน้องแบบคอนเซ็ปต์ ‘ Love me Love my dog' ที่จะชอบอะไรตามแฟนหรอกนะ แต่แบบว่าไม่รู้ทำไมวันนี้ยอดชายอย่างเขาก็คิดว่ากลิ่นหญ้ามันหอมเป็นพิเศษ
หรือว่าจริงๆแล้วเพราะคนที่กำลังนอนหลับตาสูดไอบรรยากาศอยู่ข้างๆ ? มันทำให้เขารู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆมันดีไปด้วยกันแน่ ?
ชเวซึงฮยอนพาอีซึงฮยอนมานอนเล่นบนเนินหญ้าที่ลาดลงไปยังแม่น้ำแถวบ้านที่ปั่นจักรยานมาเพียงครู่เดียวก็ถึง เจ้าตัวดีสั่งให้เขานอนลงและหลับตาไปด้วยกันบอกจะสัมผัสกับธรรมชาติ ไม่สนสักนิดว่าเขาอยากจะสัมผัสอย่างอื่นมากกว่า (?) ไอ้ตาน่ะมันก็อยากหลับตามคำสั่งอยู่หรอกนะ แต่แบบเขาต้องมองจักรยานด้วยไงเผื่อแบบว่าใครจะมาขโมยจักรยานไปอะไรอย่างงี้ ! ขอร้องอย่ามองเป็นข้ออ้าง !~
" เฮีย .. หลับตาอยู่รึเปล่า ?" คำถามเล่นเอาคนที่ลืมตาตั้งแต่แรกสะดุ้งโหยงรีบปิดหนังตาบนล่างลงอย่างไว " อื้อหลับอยู่ ทำไมเหรอ" ผู้ชายอย่างชเวซึงฮยอนแสร้งน้ำเสียงปิดบังสำเนียงตอแหลด้วยคำว่าทำไมเหรอได้เวิร์คมอร์มากถึงมากที่สุด
หากแต่คำพูดคำต่อไปคือคำพูดที่เขาได้ยินมันแล้วแทบจะถึงกับต้องลืมตาขึ้น..
".. เฮียจำได้มั้ยที่เฮียขอคบกับเค้าเมื่อคืน.."
เขาพยักหน้าน้อยๆ แต่ดวงตายังปิดสนิทราวกับคำสั่งที่ถูกสั่งเมื่อครู่จากร่างบางเป็นคำประกาศิตชี้การกระทำของเขาเช่นแต่ก่อน.. ทว่าในเวลานี้มันไม่ใช่.. เขาปิดตาแน่นเพราะน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนข้างๆ..
ทั้งๆที่มั่นใจในคำตอบหนักหนา.. แต่เขากลับเริ่มใจสั่น..
" ขอปฏิเสธนะฮะ"
..
คำพูดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินแม้แต่วินาทีเดียว กำลังกรีดหัวใจเขาเป็นเสี่ยงๆ
TBC..
____________________________________________________________________
Writer Talk ; หายไปนานมากจริงจังในที่สุดมันก็เอามาลงอีกครั้ง.. คือเอาจริงๆแต่งเสร็จนานแล้วนะเรื่องนี้ บอกมะเหมี่ยวแล้วด้วยว่าเราแต่งเสร็จ =_= .. ทำไมมันไม่เอามาลง ? ไม่มีเวลาเลย นั่นสิเวลาน้อยมาก เวลาเล่นเอ็มก็น้อยลงจนแทบจะเจอทุกคนแบบนับวันกันได้ ( ให้ตายสิเอ้า ! ) ตอนนี้กำลังปั่นเรื่องใหม่อยู่นะคะ
เป็นความสัมพันธ์แบบชู้โดยเฉพาะ X'D
ความสัมพันธ์แบบใน Family Tree นั่นเลยค่ะ แบบนั้นเป๊ะๆ เรื่องนี้จะเป็นฟิคแบบเปิดเผยความเลวของพี่อืด (?) เป็นรักแท้ รักหลอก รักนะแต่ไม่แสดงออก (??) รักเธอเท่าฟ้า (???) อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะที่จะเอามาโปะมั่วกันในฟิคเรื่องนี้นะคะ
"CHOO(SE)"
อ่านว่า ชู้(ส์ส์ส์ส์) นะคะ มิใช่ชูศรีแต่อย่างใด..
เพราะเราเคยบอกให้โป้เลือกไปแล้ว เคยบอกหลายทีแล้วแล้วท่านก็ไม่เลือกสักที (นะมึง) เลยตัดสินใจป้าบพลอตฟิคเรื่องนี้มาเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนพลอตคร่าวๆก็คุยกับมะเหมี่ยวไปแล้วแต่อันนั้นเป็นพลอตหลอก พลอตจริงเราไม่บอกมันหรอกค่ะ คึคึคึเราจะเซอร์ไพรซ์
อย่าไปบอกมันนะคะ 555555555555+~ ( รองเท้าเหม็นๆที่เขวี้ยงมานี่ของมึงใช่หรือไม่ ? ) รู้สึกกดดันนิดๆค่ะที่ต้องมาแต่งแนวนี้แต่ว่าก็อยากลองแต่งแบบที่ชอบดู มันคือสัมพันธ์แบบชู้นี่ล่ะค่ะ ที่สุดของที่สุดแล้วล่ะเนาะ !
ส่วนตาคนนี้นี่..
อยู่กับหมาแล้วดูดีนะตัวเอง ~ ( นี่หมายความว่า ?? )
จียงเป็นอีกคนที่อยู่กับหมาแล้วมันอิฮิ๊งเหมือนยองแบน่ะค่ะ ดูอบอุ่นที่สุดในสามโลก.. เราก็อยากให้กาโฮกับบอสสึเป็นแฟนกันเหมือนกันนะคะ : D 5555 ( มันตัวผู้ทั้งคู่ ? ) แต่จียงภาพนี้ดูดีจริงๆนะคือเห็นแล้วขนลุกจะร้องไห้อะ ( อันนี้ก็เวอร์ไป - - ) แต่ดูกาโฮเค้า(?)รักจียงมัน(?)ดีนะ ประมาณว่าเห็นเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เคารพอะไรรึเปล่าคะกาโฮ~ อึใส่ญาติผู้ใหญ่คนนี้บ่อยๆระวังโดนจมูกเค้าสูบนะคะ 5555555+
คิดถึงจียงมากไป เขียนเหมือนคนเก็บกด = = นี่ตกลงกูมาลงฟิคหรือมาระบาย ?
ปล. วันเกิดไม่ได้อวยพรไม่รู้จะอวยพรอะไรแล้ว สุขขีสุขขีละกันนะ - - ( นี่ไม่มีอะไรอวยพรจริงๆสินะ ?)
ปล2. แต่อวยพรไปกับของทีมงานบ้านแดงไปแล้วนะ ใครสืบได้ก็สืบละกัน ซะยาวเลยอะ 5555 เราละสงสารสตาฟสุดหัวใจ T T''
ปล3. เชียร์คู่กาบอสกะบอสโฮนะเว่ย.. คู่นี้เราจริงจังจนอาจวางแผงฟิคเรื่องคู่นี้ได้ 55555 ''
ปล4. HeartBreaker ทำหนู BrokenHeart มาก.. ทำไมมึงไม่มาซุกนมกูแทนคะ ทำไม ทำไม !!!??
ปล5. แต่หล่อนะตัวเอง... T T'
ปล6. อย่าเข้าใจผิดหัวข้อเรื่อง GD'sDog แปลว่าหมาของจี (ไม่ใช่ตัวย่อของ GD is Dog แต่อย่างใด )




เย้
#1 By Zemink on 2009-08-28 21:59