[SF] White Rose [EP. VII]
posted on 19 Jul 2009 10:44 by gdworld in WhiteRose
Previously
เคยเป็นห่วงใครสักคนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนไหม ?
" ฮัลโหล.. ไม่เจอเหรอ บ้าน่า !? น้องตัวแค่นั้นจะไปไหนไกลได้ หาให้ดีๆเซ่ !!"..
แม้จะเสียเวลาไปทั้งวัน แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนคนนั้นคุณก็ยอมให้ได้โดยไม่เสียดายเวลาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
คุณเคยเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ?
" ไอ้ลมบ้าเอ๊ย จะพัดอะไรนักหนา ถ้าโปสการ์ดเฮียขาดขึ้นมาจะว่าไง !"
การที่ความรู้สึกที่เรียกว่าเป็นกังวลเกี่ยวกับคนๆหนึ่งเริ่มเข้าครอบคลุมจิตใจทุกส่วน.. คุณเคยเป็นแบบนั้นไหม ?
" ซึงริ !! อยู่ไหนน่ะ ซึงริ !!"
ยินดีกับเรื่องน่ายินดีเพียงเล็กน้อยของคนๆนั้น ไม่ว่าตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเพียงใด..
" ฮ้า .. จับได้แล้ว ~ โชคดีที่ปลิวไปไม่ไกล ".
.
บางครั้ง... ความเหมือนกันของคนสองคนก็มาจากสาเหตุเดียวกัน..
‘ ความรัก ? ' ..
ก็นั่นแหละ..
..
นับครั้งที่ร้อยที่ชเวซึงฮยอนดูนาฬิกาข้อมือพลางโทรออกหาแทคยอนและกยูจงเพื่อถามเรื่องเดียวกันซ้ำไปซ้ำมา เขาวิ่งออกจากบ้านมาตั้งแต่สิบโมงจนถึงเวลานี้..ห้าโมงเย็น
เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นบนใบหน้าคม เขาปาดมันทิ้งอย่างหงุดหงิดใจ ขาเรียววิ่งไปสวนสาธารณะที่ที่เมื่อวานตอนเช้ามืดเขาถูกสั่งให้มาออกกำลังกายโดยเจ้าของรอยยิ้มสดใสที่หายตัวไปคนนั้น
" อีซึงฮยอน !! อีซึงฮยอน !!" พร่ำเรียกชื่อซ้ำไปซ้ำมาด้วยเสียงแหบแห้ง คอแทบจะสลายเป็นผงแต่กลับยังตะโกนเรียกชื่อนั่นซ้ำซากไม่หยุด ในใจนึกอยากให้คนที่กำลังตามหาโผล่ออกมาจากหลังชิงช้าแล้วยิ้มให้เขาพร้อมประโยคที่ว่า ‘ ผมอยู่นี่ฮะ ไม่ต้องตะโกนดังขนาดนั้นก็ได้ ' หรืออะไรก็ได้ที่แสดงตัวออกมาว่าปลอดภัย
แต่ก็ได้แค่นึก..
เสียงใบไม้เสียดสีกันตามแรงของลมฤดูใบไม้ผลิ ชิงช้าเลื่อนเอี๊ยดอ๊าดราวกับหัวเราะเยาะความสิ้นหวังของชายหนุ่ม .. เสียงป้องปากตะโกนเรียกชื่อยังคงดังหนักแน่นเช่นเดิม เขามองไปรอบๆสวนสาธารณะแต่ก็ไม่มีวี่แววของเจ้าของเสียงใสนั่นเลยสักนิดเดียว
แสงสีแดงถูกถักทอขึ้นบนผืนฟ้าอย่างสวยงามตามเวลาที่มันถูกกำหนด พระอาทิตย์ยามเย็นค่อยๆเคลื่อนตัวลงช้าๆ แสงสว่างกำลังจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยดวงจันทร์และความมืด ร่างสูงมองภาพด้านหน้าวูบหนึ่งของร่างกายทั้งร่างรู้สึกชาเหมือนถูกอะไรสักอย่างกระแทก..
‘ ก็เค้าน่ะ.. อยากดูพระอาทิตย์กับเฮียนี่นา '
แค่นึกถึงเสียงนั่นใบหน้าเวลายิ้มของเด็กคนนั้นก็ผุดขึ้นในหัวเขาอัตโนมัติ ชเวซึงฮยอนขบกรามกำหมัดแน่น
" บ้าเอ๊ย !! อยู่ที่ไหนนะซึงริ !!!"
..
ภาพสะท้อนในดวงตากลม.. นอกจากน้ำตาที่รื้นๆเบ้า ยังมีภาพแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันปรากฏอยู่ด้วย อีซึงฮยอนที่นั่งกอดเข่ากับโปสการ์ดอยู่ข้างบันไดศาลเจ้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ " ถ้าเฮียได้เห็นด้วยก็ดีสิ.."
แขนเสื้อที่ถูกเกี่ยวกับกิ่งไม้ขาดเป็นทางยาวเปิดให้เห็นรอบบ่าที่มีรอยช้ำเลือดแดงเป็นจ้ำๆ มือเรียวเล็กของเจ้าของมันค่อยๆลูบบริเวณบ่าด้านซ้ายของตัวเองเบาๆ ราวกับต้องการจะรักษาความเจ็บปวดให้ตัวเองเหมือนที่ผู้เป็นพี่ชายเคยทำให้ แต่ดูท่าาจะทำอย่างไรก็ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นกับผิวช้ำๆนั่นเลย
ซึงรียกโปสการ์ดขึ้นส่องดูพลางบ่น "เธอทำฉันหลงทางรู้งี้น่าจะเผาไปให้รู้แล้วรู้รอด "
" ถ้าเฮียไม่รักเธอ ฉันก็คงไม่ต้องออกมาตากน้ำค้างอย่างงี้หรอก"
"ฉันจะปล่อยให้เธอลอยหายไปเลย นี่แน่ะยายบ้า !" ว่าแล้วดีดส่วนที่เป็นหน้าผากของคนในภาพให้หายเซ็งไปสองสามที
สายลมกลางคืนพัดผ่านร่างของคนตัวตัวเล็ก อีซึงฮยอนกอดเข่ากับโปสการ์ดใบนั้นแน่นกว่าเดิมเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นยามพลบค่ำ ท้องของเจ้าตัวเล็กเริ่มส่งเสียงประท้วงครืดคราด ราวกับน้ำย่อยในร่างกายพร้อมที่จะย่อยแม้กระทั่งกระเพาะน้อยๆนั่น
นับตั้งแต่ออกจากบ้านมา.. ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องซึงริเลยสักอย่างเดียว..
..
"Rrr.. Rrr.."
" ว.. ว่าไง น้องกลับไปที่บ้านแล้วเหรอ !!" ซึงฮยอนรับโทรศัพท์ด้วยความหวังว่าจะได้ฟังเรื่องดีจากปลายสาย เสียงเขาสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อเป็นกยูจงที่เขาให้เฝ้าบ้านไว้เผื่อซึงริกลับไป
" ( ปละ..เปล่า.. แต่นายกลับบ้านมากินข้าวก็ดีมั้ยเทมป์ ? ตั้งแต่ออกตามหานายยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ ) "
แทบจะบีบโทรศัพท์หักคามือเมื่อได้ยินคำดังกล่าว "กูไม่หิว.. ถ้าไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับซึงริไม่ต้องโทรมา.."
" ( ต.. แต่นายไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าเลยนะ.. เดี๋ยวก็หิวไม่มีแรงหรอก ) "
" แล้วมึงคิดว่าน้องไม่หิวเหรอ!!! "
" ( เทมป์มึงตะคอกแรงไปแล้ว กยูจงมันเป็นห่วง กลัวมึงจะไม่มีแรง.." ดูเหมือนแทคยอนที่เพิ่งกลับถึงบ้านจะแย่งโทรศัพท์พูด " ( มึงใจเย็นๆหน่อยสิวะ)"
" เย็นเหรอ ? .. ถ้าแฟนมึงหายบ้าง.. มึงจะยังเย็นไหวอยู่มั้ย !?"
" (..ฟ..แฟน ?)
" ถ้าไม่ใช่เรื่องซึงริไม่ต้องโทรมา ! เปลืองแบตกู!!! "
..
หิวข้าวจัง..
อีซึงฮยอนกุมหน้าท้องก้มหน้างุด มองเข้าไปใต้ถุนศาลเจ้าที่ยกพื้นขึ้น ตากลมสะท้อนภาพแม่แมวซึ่งยืนดูลูกแมวตัวเล็กๆสองตัวกินข้าวอยู่ ในหัวเหมือนถูกควบคุมโดยอะไรสักอย่างอีซึงฮยอนค่อยๆเดินเข้าไปใกล้พวกมันราวกับละเมอ
ร่างเล็กค่อยๆเข้าไปใกล้จานข้าวแมว ดวงตากลมโตสะท้อนเพียงความหิวโหย มือเรียวรีบคว้าจานข้าวใบนั้นไว้หมายจะแย่งอาหารจากสัตว์ทั้งสาม อีซึงฮยอนหยิบจานใบนั้นแล้ววิ่งออกจากบริเวณศาลเจ้าอย่างรวดเร็ว
น่าสงสารที่ยามนี้ความอ่อนแอเข้าครอบงำร่างกายทุกส่วนเต็มที่ ร่างเล็กวิ่งไม่สามารถวิ่งหนีแม่แมวซึ่งไล่กวดมาติดๆได้
อีซึงฮยอนถูกกรงเล็บของแมวตัวนั้นข่วนเข้าซ้ำแผลเดิมที่บริเวณหัวไหล่และแผ่นหลัง ร่างทั้งร่างล้มลงนอนบนพื้น แววตาที่เคยเป็นประกายสดใสบัดนี้เต็มไปความหวาดกลัวและหยาดน้ำตา
‘ ไม่เอาแล้ว.. ไม่เอา..'
แมวตัวนั้นคาบจานข้าวของมันเดินจากไปเมื่อเห็นว่าศัตรูของตัวเองนอนนิ่งสนิทอยู่กับพื้นไร้ท่าทีจะลุกขึ้นมาสู้อีก
อีซึงฮยอนหายใจหอบ ตาปรือใกล้ปิดลงด้วยความเหนื่อยอ่อน
มือเรียวพยายามคลำรอบๆร่างกายตัวเอง.. เขาลืมโปสการ์ดนั่นทิ้งไว้ที่ศาลเจ้า..
" เฮียเหลือโปสการ์ดใบนั้นแค่ใบสุดท้ายแล้วนะซึงริ "
"เฮียรักของเฮียจริงๆนะเว้ย บริทนีย์น่ะเดอะเบสท์แล้ว !"
" ต้องกลับ..ไปเอา "
หากแต่ร่างกายนั่นเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะทำตามที่สมองสั่งการ ร่างบางฝืนตัวเดินต่อไปหากแต่ก้าวได้อีกเพียงสองสามก้าวก็ล้มลงนอนนิ่งสนิทกับพื้น ลมหายใจอ่อนระทวยเกินกว่าที่จะก้าวเดินแม้แต่เพียงก้าวเดียว
มือเล็กกำแน่นเพียงเพื่อจะยันตัวขึ้นอีกครั้งและกลับไปเอาของสิ่งนั้นคืน แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะไร้ผล
ท่ามกลางความมืดมิดรอบกาย มีเพียงแสงสว่างจากเสาไฟข้างถนนเท่านั้นที่สาดส่องมากระทบร่างนั่น
สติที่เมื่อก่อนเคยมี บัดนี้เลือนลางเต็มที ภาพที่เคยเห็นชัดเจน ในเวลานี้พร่ามัวจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น
ทว่า.. ระหว่างความรู้สึกนึกคิดต่างๆภายในเสี้ยววินาทีจะขาดไปราวกับด้ายเส้นสุดท้ายกำลังถูกตัดนั้น..
กลับปรากฏใบหน้าใครบางคนที่คุ้นเคย..
กลิ่นกุหลาบอ่อนๆ
ความรู้สึกอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านมายังร่างกาย.. ราวกับความเหนื่อยล้าทั้งหมดอันตธานหายไปสิ้นภายในเสี้ยววินาทีที่ถูกสัมผัส..
มือใหญ่ที่กำลังโอบอุ้มร่างทั้งร่างของเขาอยู่สั่นเล็กน้อยราวกับตั้งใจจะประคองร่างนั่นอย่างอ่อนโยนที่สุด..
แสงไฟจากเสาไฟข้างทางต้นเดิมยังคงสาดส่องไปที่พื้นตรงนั้น ภาพทุกอย่างเป็นเหมือนเมื่อนาทีที่ผ่านมาเว้นแต่เวลานี้กลับมีผู้มาเยือนอีกคน ชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นค่อยๆพาร่างไร้สติซึ่งนอนอยู่บนพื้นจากไปจากความมืดมิด
ทว่า..หากหลอดไฟข้างทางมีชีวิต.. มันคงบรรยายถึงความรู้สึกบางอย่างที่กระจายทั่ว ณ ที่แห่งนั้นได้ไม่รู้จบ..
...
‘ ที่นี่ที่ไหน '
เปลือกตาที่ครั้งก่อนปิดสนิทค่อยๆปรือขึ้นช้าๆ พยายามมองไปรอบข้างเพื่อตอบคำถามที่เกิดขึ้นภายในใจตัวเอง ร่างเล็กของซึงฮยอนคนน้องค่อยๆยันตัวเองขึ้นมานั่งพลางกุมขมับที่ปวดตึบๆราวกับจะระเบิดออกมาแน่น
" กินข้าวต้มก่อนมั้ยซึงริ ? " กยูจงเดินเข้ามาพร้อมถาดใส่ถ้วยข้าว อีซึงฮยอนพยักหน้าหงึกหงักรับถ้วยใส่ซุปเล็กๆนั่นแล้วจัดการตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว กินไปก็พยายามลอบมองไปรอบๆตัวไป คนที่กำลังมองหามากที่สุดคนนั้นกำลังนั่งกอดอกหน้านิ่งอยู่ที่มุมห้อง ซึงรียิ้มน้อยๆเมื่อเห็นร่างสูงนั่น แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มจนหมดถ้วย
" ทุกคนฮะ ! วันนี้เค้าได้ไปผจญภัยมาล่ะ สนุกมากเลย ตื่นเต้นสุดๆ "
" ..." เป็นชเวซึงฮยอนซึ่งนั่งนิ่ง ตาคมคู่นั้นทำเพียงแค่มองร่างเล็กตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉยเท่านั้น เขาไม่ตอบกลับแม้เพียงประโยคเดียว
เมื่อเห็นว่าไม่มีบทสนทนาตอบกลับจาก ‘ทุกคนฮะ' ที่นั่งนิ่งอยู่นั่นเลย กยูจงจึงต้องพูดตอบรับให้เจ้าตัวเล็กแก้เก้อ " เหรอ.. อ..เอ่อ.. ซึงริไปไหนมาล่ะ "
" ก.. ก็เรื่อยเปื่อยฮะ.." ราวกับตอบปัดไปงั้นๆเมื่อเห็นว่าคนที่ถามกลับไม่ใช่คนที่ตัวเองต้องการจะคุยด้วย อีซึงฮยอนเงยหน้ามองพี่ชายชื่อเดียวกันที่ไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางเขาเพียงนิด
" ของหวานมาแล้ว ~ คุยอะไรกันอยู่เอ่ย" แทคยอนตามเข้าอีกครั้งพร้อมเค้กสตรอเบอร์รี่จานโต เขายิ้มกว้างแล้วเดินไปหาคนตัวบางที่นั่งอยู่บนเตียง อีซึงฮยอนมองเค้กนั่นด้วยตาเป็นประกายเจ้าตัวเล็กเตรียมยื่นมือรับมันมาอย่างเต็มที่
ทุกคนรู้ว่าเจ้าตัวเล็กชอบเค้กสตรอเบอร์รี่มากเพียงใด ทว่าคนที่รู้ดีที่สุดกลับเป็นคนคว้าจานใบนั้นเอาไว้เสียเอง
" เด็กนิสัยแย่ไม่มีสิทธิ์กิน.. " ชเวซึงฮยอนแย่งจานใบสวยจากมือแทคยอน สายตาเย็นเยียบจ้องร่างบางในชุดนอนที่นั่งขมวดคิ้วเล็กน้อยอยู่บนเตียงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
" ทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนกันไปหมด.. นั่งสำนึกไปซะ.."
เสียงปิดประตูดังปังใหญ่แสดงให้คนในห้องรู้ว่าอารมณ์โมโหของคนที่เพิ่งออกไปเป็นของจริงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นดังแต่ก่อน
ภายในห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบและบรรยากาศอันอึมครึมราวกับมีมือที่มองไม่เห็นหยิบเอาเมฆฝนก้อนโตๆจากนอกบ้านมาวางไว้ในห้องนั้นเสียอย่างนั้น..
แทคยอนและกยูจงมองหน้ากัน เขาสองคนรู้สึกหนักๆบริเวณช่องท้องดั่งกินตะกั่วเข้าไปก้อนโต เป็นแทคยอนที่ส่ายหัวหน่ายๆในความหัวโบราณที่ซ่อนอยู่ของชเวซึงฮยอนก่อน เขาเดินออกไปจากห้องเพื่อตามตาแก่หัวโบราณคนนั้นไป
จึงเป็นหน้าที่ของกงกยูจงที่ต้องอยู่เป็นเพื่อนซึงริ
มือหนาค่อยๆเอื้อมไปแตะบ่าซึ่งสั่นน้อยๆของร่างบนเตียงเบาๆ
" เราผิดจริงนะซึงริ.. เล่นหายไปไม่บอกไม่กล่าวอย่างนั้น ไอ้เทมป์มันก็.. "
" เค้าไม่ผิดสักหน่อย ! เค้าไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นนะฮะ เค้าออกไปตามโปสการ์ดเฮียคืนต่างหาก.. ไม่เห็นต้องโกรธกันขนาดนั้นเลยนี่ ! "
" แต่ซึงริพูดเองนี่ว่าทั้งสนุกทั้งตื่นเต้นน่ะ ? "
" เค้า..ค.. เค้าก็พูดไม่ให้ทุกคนเป็นห่วงไปแค่นั้นเอง.. เฮียน่ะ งี่เง่า งี่เง่าที่สุดเลย !!"
กยูจงถอนหายใจพลางส่ายหัวน้อยๆ " ถึงยังไงพี่ก็ว่าเราน่ะผิดนะ"
" ไม่ ! เฮียควรจะขอบคุณเค้าด้วยซ้ำที่เค้าช่วยออกไปหาโปสการ์ดให้น่ะ !!"
" ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..ตอนนั้นเทมป์มันเป็นห่วงซึงริมากนะ..ไปขอโทษมันเถอะ.."
"...." อีซึงฮยอนเม้มปากแน่น
เขาโกรธ โกรธจนน้ำตาจะไหลแล้วด้วย ! ทั้งๆที่เขาออกไปตามโปสการ์ดให้แท้ๆ สู้อุตส่าห์ทนหนาวทนสภาพอะไรต่อมิอะไร แล้วพอกลับมากลับโดนเมินไม่พูดด้วยแบบนี้มันยุติธรรมที่ไหน !
" เค้าไม่ขอโทษหรอก !" เจ้าตัวเล็กยื่นคำขาด
..
ห้องรับแขกชั้นล่าง
" เทมป์.. มึงก็พูดแรงไปนะ "
"...." ไม่มีเสียงตอบจากชเวซึงฮยอนที่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่บนโซฟาด้านข้าง
แทคยอนถอนหายใจน้อยๆเช่นเดียวกับกยูจง เขากระเถิบเข้าไปนั่งข้างๆเพื่อนแล้วสะกิดไหล่ยิก " ไม่คิดจะยกโทษให้เค้าหน่อยเหรอ ?~ เค้าแฟนมึงนะ ~"
ชเวซึงฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเน้นที่ออกจากปากแทคยอน มันเป็นคำที่เขาคิดเองเออเองแล้วเผลอหลุดออกไปตอนคุยโทรศัพท์เมื่อช่วงเย็น แต่เพียงชั่ววินาทีเขาก็เปลี่ยนท่าทีเป็นไม่ยี่หระอะไรและจ้องหนังสือการ์ตูนในมือต่อ
" ซึงริน่ะ เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นที่เอาแต่ใจแล้วฉันจะไม่ยกโทษให้"
" ถ้างั้น? มึงก็จะไม่พูดกับน้องเขาแล้วงั้นสิ ? "
เสียงรองเท้าแตะดังสวบสาบมาทางห้องนั้น แทคยอนหันไปด้านหลัง เขาตกใจเล็กน้อยที่เห็นกยูจงเดินเข้ามาในห้อง
" แล้วน้องล่ะ ? "
" หลับไปแล้วล่ะ คงเหนื่อยมาก" กยูจงตอบพลางยืนพิงกำแพงห้อง
แต่ดูเหมือนชเวซึงฮยอนที่ความจริงควรเป็นคนถามประโยคข้างต้นมากกว่าจะมองเพื่อนแว่นอย่างไม่ยี่หระอะไรเลย เขาปิดหนังสือการ์ตูนในมือแล้วเปิดทีวีดู
ไม่มีใครสังเกตภายในกระเป๋าเสื้อของกยูจงที่กำลังสั่นระริก
อีซึงฮยอนที่กำลังอดทนนั่งขดอยู่ในกระเป๋าเสื้อนั่นตัวสั่นด้วยความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน ฟันทุกซี่ขบกันเช่นเดียวกับมือทั้งสองข้างที่กำไว้แน่น
" ฉันไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับเขา จนกว่าเขาจะสำนึกผิด "
แค่ได้ยินคำที่พูดออกมาจากปากของผู้ชายที่ทำหน้าตายนั่งดูทีวีอีกครั้ง กำแพงความรู้สึกอดกลั้นที่ถูกสร้างมาจนถึงเมื่อสักครู่ก็ถูกทำลายลง
" อย่างกับเค้าอยากยุ่งกับเฮียตายล่ะ !! ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดกันก็ได้ ! จะให้เค้าขอโทษน่ะเหรอ ฝันไป.."
" ฉันจะออกไปข้างนอก พวกแกจะกลับบ้านเลยก็ได้นะ"
วินาทีนั้น..
เพียงแค่วินาทีที่อีซึงฮยอนพูดขึ้นมาอย่างหมดความอดทน..
ผู้ชายที่นั่งอยู่กลับมองเขาด้วยสายตาเย็นชาเพียงแค่หางตาแล้วลุกเดินออกไป...
วินาทีนั้น
ที่ร่างเราสองคนเดินสวนกัน
ทั้งๆที่รู้สึกว่าอยู่ใกล้เพียงเอื้อม
แต่เสียงหัวใจถูกทำร้ายกลับร้องดังขึ้นทุกที
‘ เฮียไม่เคยมองผมด้วยสายตาแบบนั้นมาก่อน'
แม้เห็นเพียงเสี้ยววิฯ แต่ความเย็นเยียบนั่นกลับทำให้น้ำตาที่ถูกกลั้นค่อยๆล้นออกมาอย่างง่ายดาย...
ทำไม.. ถึงต้องโกรธกันขนาดนั้นด้วย..
TBC..
____________________________________________________________
Writer Talk ; โป้โกรธแบบจริงจริงเลยนะเนี่ย =_=;; ตอนนี้เป็นครั้งแรกที่เทมป์ไม่ยอมซึงริค่ะ จะเป็นยังไงติดตามต่อไป 555555+ แต่แบบมาเห็นสถิติบล็อกแล้วดีใจมากมากที่ทุกคนยังไม่ทิ้งบล็อกนี้ไป มีเข้ามาเช็คความเคลื่อนไหวกันเยอะอยู่นะ ขอบคุณจริงจริง ขอบคุณมาก : D
ตอนนี้สั้นได้อีก จำเป็นต้องตัดฉับไม่งั้นเสียอรรถรสค่ะ ( เรอะ ? ) ก็อย่างนั้นแหละ ใกล้จะจบแล้วนี่ 555~
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ คิดถึงทุกคนจริงจัง 5555
PS. เหมี่ยวคะ อาจโอนเงินวันจันทร์นะ XD
PS2. ใครเล่นบ้านฮาวของสาวๆทูเอนี่วันบ้างงงง ทักกันได้นะทักกันได้ ~!!
PS3. ใครดูวงษ์คำเหลากับแฮร์รี่แล้วบ้าง TTATT;; เก๊าอยากดู




ทำกันค้างคาอีกแล้ว
มาไวไปไวจริงๆ
โมชอบอะไรแบบบีบๆแบบนี้จัง
ไม่เข้าใจกันต่อไปแบบนี้ดีแล้ว
(ชอบให้มันเจ็บช้ำ)
ซึ้งมากตอนที่เทมมันวิ่งตามหาน้อง
นึกภาพไปแล้วแบบ มันน่าสิ้นหวังมาก
น้องตัวก้อเล็กนิดเดียวจะเจอได้ไงเนอะ
แล้วตอนน้องโดนแมวข่วนอีก
แบบกำลังจะเป็นลม
นึกภาพเป็นสีซีเปียนี่ ได้อารมณ์สุดๆ
พี่กราฟ รอๆๆๆๆๆ
#1 By momotar on 2009-07-19 11:31