[SF] White Rose [EP. VI]
posted on 03 Jul 2009 21:10 by gdworld in WhiteRose
Previously
" สวัสดีครับ ผม..ชเวซึงฮยอน.. จะมาเป็นคนนำเต้นแอโรบิกทุกท่านวันนี้ครับ !"
ซึงริบอกเขาว่าถ้าเต้นด้วยกันบนเวทีฝุ่นจากพื้นคงขึ้นมาเข้าจมูกไม่ถึง แถมยังช่วยแบ่งเบาภาระคุณยายคนนำเต้นที่ยืนหอบอยู่บนเวทีอีก เจ้าตัวเล็กบอกว่าคุณยายอายุก็ไม่น้อยน่าจะลงมานั่งพักเหนื่อยบ้าง
แล้วเขาก็ถูกบังคับให้เห็นด้วยเสียด้วย ! ถึงต้องมาแนะนำตัวแล้วนำกายบริหารอยู่ด้านบนอย่างงี้ไงล่ะ !
เสียงเพลงจังหวะลูกทุ่งจากลำโพงทั้งสองข้างดังกระหึ่มแทบทะลุแก้วหูอาสาสมัครนำเต้นแอโรบิกคนใหม่สะดุ้งโหยงเมื่อเพลงเปลี่ยนจังหวะ ชเวซึงฮยอนก้มลงมองเจ้าตัวเล็กที่สวมบทบาทคนเต้นนำแทนเขาไปแล้ว
อีซึงฮยอนเต้นท่ากายบริหารน่ารักๆแบบง่ายๆ บรรดาสาว(?)ทั้งหลายที่อยู่ด้านล่างเวทีก็พากันสนใจเจ้าตัวเล็กแล้วยิ้มหัวเราะกันคิกคักก่อนจะพยายามเต้นคนที่กำลังหัวเราะสนุกสนานอยู่บนเวที
เวลาผ่านไปชเวซึงฮยอนเต้นตามจังหวะเพลงอย่างเก้ๆกังๆผิดบ้างถูกบ้างแต่เขาก็ไหลไปเรื่อยเปื่อย มองลงไปที่ม้านั่งด้านล่าง เห็นซึงริที่ขอตัวลงไปนั่งพักเหนื่อยอ้างว่าอยากนั่งจับผิดตอนเขาเต้นกำลังนั่งหัวเราะอยู่ข้างเด็กผู้หญิงผูกแกละตัวเล็ก ทั้งสองคนกำลังมองมาทางเขา
..
" แฟนซึงริเต้นเก่งจังนะจ๊ะ" เด็กหญิงหันไปคุยกับเจ้าตัวเล็กแล้วยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นร่างสูงบนเวทีเต้นอย่างเอาเป็นเอาตาย " แน่นอน แฟนซึงริเต้นเก่ง" เจ้าตัวเล็กยิ้มภูมิใจ
เมื่อห้านาทีที่ผ่านมาอีซึงฮยอนขอตัวลงจากเวทีเพื่อไปนั่งพักเหนื่อยที่ริมสวน แต่ระหว่างที่นั่งขำท่าเต้นของพี่ชายอยู่นั้นเสียงหัวเราะก็ถูกคั่นด้วยคำทักทายพร้อมรอยยิ้มจากเด็กหญิงผิวขาวหน้าตาน่ารักที่เพิ่งทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เด็กหญิงยิ้มและทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง
" ฉันชื่อแชยอน นายชื่ออะไรเหรอ"
" ซึงรี "
แล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่วินาทีนั้น .. แชยอนบอกว่าเธอเป็นหลานของคุณยายที่เต้นทางนั้นพลางชี้มือไปทางหญิงอายุประมาณหกสิบตรงกลางแถว ส่วนอีซึงฮยอนก็บอกว่า..
เขาเป็นแฟนของคนที่นำเต้นอยู่ด้านบน
แล้วชี้อย่างภูมิใจไปยังเฮียสุดที่รักที่เหงื่อท่วมตัวบนเวที
เด็กหญิงมองชเวซึงฮยอนแล้วยิ้มน้อยๆ เอ่ยปากชมร่างสูงบนเวทีไม่ขาด ทำเอาคนที่บอกว่าเป็นแฟนถึงกับภูมิใจจนหน้าเล็กๆนั่นแทบจะบานเท่าลูกฟุตบอล แชยอนหัวเราะน้อยๆแล้วถามขึ้น " เธอไม่ง่วงเหรอ ตื่นเช้าแบบนี้ ?"
" เค้าไม่ง่วงหรอก เค้าตื่นมาจะดูพระอาทิตย์ขึ้นกับเฮีย"
" แต่ว่าพระอาทิตย์กำลังขึ้นเลยนี่จ๊ะ ซึงริไม่เรียกพี่ซึงฮยอนมาดูเหรอ ? "
" หา ! ว.. ว่าไงนะ ?!"
หัวกลมๆของอีซึงฮยอนหันขวับไปยังทิศตะวันออก เป็นอย่างที่เด็กหญิงแชยอนพูด ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงเป็นประกายเหนือท้องฟ้าแล้ว .. อิมเมจตามหนังที่ตัวเองคิดจะมาดูพระอาทิตย์โผล่จากทิวเขากับชเวซึงฮยอนพลางนั่งซบไหล่กินลูกชิ้นด้วยกัน พังครืนลงมาอย่างไม่เป็นท่า ซึงริอ้าปากค้างแล้วป้องปากตะโกนเรียกซึงฮยอนบนเวทีสุดเสียง " เฮีย !! ดูพระอาทิตย์เร็ว พระอาทิตย์ขึ้นแล้วนะฮะ !!"
" เอ้า ทีนี้ยืดขาออกไปให้สุดครับทุกคน หนึ่ง สอง สาม สี่ ~ "
" เฮีย ย ย ย !! มองไปทางด้านขวาซี่ !!"
" คราวนี้บริหารแก้มกันครับ ทำหน้าเหมือนปลาโลมาพ่นน้ำด้วยครับ ห้า หก เจ็ด แปด"
" พระอาทิตย์ขึ้นแล้วนะเฮีย หันไปดูเร็วเร็วซี่ !!"
" คุณผู้หญิงด้านซ้ายครับ ทำท่าเหมือนปลาโลมาด้วยครับ .. ครับๆ อย่างนั้นล่ะครับ เอ้า พอจบท่านี้แล้วทุกคนร้องโย่วพร้อมกันนะ"
พักต่อมา เสียงโย่วจากบรรดาหญิงชราก็ออกมาจากปากพร้อมๆกัน
การทำกายบริหารกลายเป็นคอนเสิร์ตฮิปฮอปของสตรีเกาหลีวัยทองไปอย่างงงๆแต่แม่บ้านทุกคนก็สนุกและพอใจกับการนำเต้นแบบแปลกๆของชเวซึงฮยอน
ทว่า.. กลับมีใครบางคนไม่พอใจกับมัน
..
" โกรธอะไรอีกล่ะ ?"
" ..."
" เอ้า ! พูดด้วยก็ไม่ยอมพูด"
" ..."
" ก็ขึ้นไปเต้นบนเวทีให้แล้วไง ไม่พอใจอะไรอีกเหรอ?"
ห้านาทีผ่านไปหลังจากกลับมาที่บ้าน อีซึงฮยอนไม่ยอมพูดอะไรกับเขาสักประโยคเดียวตั้งแต่นั่งจักรยานกลับมาด้วยกัน ปกติต้องพูดหูดับตับไหม้จนแทบฟังไม่ทันแต่คราวนี้กลับเงียบสนิทอย่างเดียว เล่นเอาเขางงและใจแป้วไปเหมือนกัน ซึงฮยอนพยายามจะง้อและถามสาเหตุแต่เจ้าตัวดีก็เล่นปิดปากเงียบตลอด..
เขาทำอะไรผิดวะ ? เขาก็ไม่ได้ขัดใจอะไรน้องสักอย่างนี่?
มือหนายื่นไปดึงแก้มนุ่มสองข้างนั่นให้เจ้าของแก้มฉีกยิ้มออกมา " งอนอะไรเฮียรึเปล่า ? ทำไมไม่พูดกันล่ะ ?"
" เค้าไม่ได้งอนอะไรสักหน่อย เอามือเหม็นๆของเฮียออกไปเลย !" สะบัดแก้มนิ่มหนีแล้วกอดอกหันไปทางอื่น
นี่คือไม่ได้งอนแล้วใช่ไหม ?
" เฮียไม่ฟังที่เค้าพูดเลย"
" ไม่ฟังเรื่องอะไรล่ะ ?"
" เค้าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นกับเฮีย แต่เค้าเรียกเฮียกี่ทีๆเฮียก็สนแต่ไอ้เรื่องนำเต้นปัญญาอ่อนนั่น ! "
" ก็เสียงเพลงมันดังนี่.. พระอาทิตย์ขึ้นค่อยดูกันพรุ่งนี้ก็ได้.."
" เค้าไม่อยากพูดกับเฮียแล้ว !"
" อ้าว " ชเวซึงฮยอนเกาหัวแกรกๆ ในหัวของเขาพยายามคิดถึงทางง้อน้องที่ง่ายและประหยัดงบที่สุด ภายในนัยน์ตาคมสะท้อนภาพแผ่นหลังคนตัวเล็กที่หันให้เขาพร้อมกับเจ้าของมันที่กอดอกเมินหน้าหนีเขาอยู่ ไม่ว่าจะพูดอะไรด้วยพ่อคุณก็กอดอกเชิดหนีท่าเดียว ทำเอาเขาจนปัญญา
แต่ระหว่างที่สมองน้อยๆในหัวของซึงฮยอนจะระเบิดออก เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น ซึงฮยอนลุกจากโซฟาในห้องรับแขกเพื่อเดินไปยังประตูบ้าน มองไปก็เห็นคนหน้าตาคุ้นๆสองคนยืนเต๊ะจุ๊ยอยู่หน้าบ้าน เขายิ้มน้อยๆ ถ้าสองคนนี้มาที่บ้านก็แสดงว่าอาจมีวิธีรักษาน้องแล้วก็ได้
ร่างสูงรีบวิ่งไปยังหน้าบ้านเพื่อเปิดประตูให้กงกยูจงและแทคยอนทันที ก้มลงมองที่มือของเจ้าเพื่อนแว่น เขาแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อเห็นเด็กหญิงผมบ๊อบส่งยิ้มกว้างมาให้ ไอ้บ้านี่พามินจิมาด้วย ?!
กงมินจิยิ้มกว้างแล้วปล่อยมือพี่ชายก่อนวิ่งเข้าไปในบ้านทันที
ซึงฮยอน กลับเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางหงุดหงิดสุดชีวิต เจ้าเพื่อนตัวดีสองคนบอกว่าวันนี้โรงเรียนมินจิปิดเพราะเป็นวันครบรอบผู้บริหารอะไรทำนองนี้เนี่ยแหละ พวกมันสองคนก็ไม่ว่าง อ้างว่าหาวิธีแก้คำสาปให้เขาอยู่ ไม่มีใครดูแลน้องให้ ภาระจึงตกอยู่ที่เขาที่ต้องดูแลมินจิให้ดีประหนึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ
เด็กแค่คนเดียวก็เกินพอแล้ว แต่นี่.. ความแสบดันยกกำลังเข้าไปอีกน่ะสิ
" พรุ่งนี้เช้าๆฉันจะมารับน้องกลับ ดูแลให้ดีๆนะ " มันบอกแล้วบึ่งมอเตอร์ไซค์ออกไป
นี่สรุปเห็นบ้านกูเป็นเนอร์สเซอร์รี่กันหมดทุกคนแล้วใช่มั้ยครับ ?
ร่างโปร่งเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่เมื่อครู่ทิ้งตุ๊กตาจำเป็นตัวนั้นเอาไว้ เขาแทบพ่นหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าอีซึงฮยอนเกร็งตัวแข็งเป็นท่อนไม้อยู่ในมือของมินจิ เจ้าตัวเล็กแกล้งทำตัวเป็นตุ๊กตาอีกแล้ว ! น่าขำที่ตากลมๆนั่นเหลือบมามองทางเขาแล้วกะพริบปริบๆเหมือนจะขอความช่วยเหลือทั้งๆที่เมื่อครู่ยังสะบัดหัวหนีไม่ยอมคุยกับเขาแท้ๆ
" มินจิจ๊ะ หิวรึเปล่า? ในตู้เย็นมีเค้กสตรอเบอร์รี่อยู่นะ" ทำหน้าทำตาพูดเสียแสนดีเต็มประดา เฮ้ย สาบานด้วยหน้าตาจริงๆ เขาไม่ได้สะใจเลยนะที่น้องทำหน้ายังกะจะร้องไห้ที่เขาโยนเค้กไปให้มินจิแบบนั้นน่ะ
อีซึงฮยอนเบะปากออกเมื่อมินจิหันไปหาซึงฮยอนแล้วพยักหน้าหงึกหงักตอบรับคำถามนั่น
เมื่อเห็นหน้าที่ยู่ยี่ราวกับจะร้องไห้ของน้อง ซึงฮยอนที่กำลังถือเค้กเดินเข้ามาให้มินจิก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ ก็ดูเจ้าตัวเล็กที่แยกเขี้ยวเคี้ยวฟันจะเข้ามาขย้ำเขาสิ เหมือนลูกแกะจะตะปบแมลงสาบอะไรไม่ปาน
มินจิจัดการเค้กจานนั้นเสียเรียบราวกับไม่เคยมีอะไรอยู่บนจานใบนั้นมาก่อน เด็กหญิงผมบ๊อบวางจานเค้กลงแล้วหันไปจัดการเล่นตุ๊กตาบนโซฟาต่อ แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ กงมินจิล้วงกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วล้วงอะไรบางอย่างออกมา
" พาหนูไปดูนี่หน่อยสิ"
..
เด็กหญิงมินจิรู้แล้วว่าซึงริพูดได้
เด็กหญิงมินจิรู้แล้วว่าออพชั่นของซึงริไม่ใช่แค่กะพริบตา
เด็กหญิงมินจิรู้แล้วว่าตุ๊กตาในกระเป๋าเสื้อของชเวซึงฮยอนชอบหนังสยองขวัญขนาดไหน
เพราะว่า..
"เห !! นั่นมันตั๋ว Horror of Princess รอบปฐมฤกษ์นี่นา ~"
ที่เจ้าตัวเล็กแหกปากขึ้นเมื่อหลายนาทีก่อน
ฉากที่ถูกจัดไว้พังครืน การแสดงเป็นตุ๊กตาหุ่นที่ผ่านมาเสียไปฟรีๆด้วยอำนาจของตั๋วหนังสองใบ.. เด็กหญิงกงมินจิสนุกกับการสั่งให้อีซึงฮยอนเรียกชื่อตัวเองตลอดการไปดูหนังครั้งนี้มาก ตั้งแต่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของซึงฮยอนจนถึงตอนเดินเข้าโรงหนัง
" นี่ ! ฉันชื่ออะไร ลองเรียกชื่อฉันซิ"
"เธอก็ยัยบ้ากงมินจิไง ! "
ประโยคคู่นี้ถูกยกมาใช้โดยเด็กสองคนนี้นับสิบๆรอบตลอดการเดินทาง ในที่สุดพวกเขาทั้งสามก็เข้าไปนั่งถามตอบกันต่อในโรงหนัง ซึงฮยอนจับซึงริจากมือของเด็กหญิงมายัดใส่กระเป๋าเสื้อเพื่อให้ทั้งสองคนเลิกเล่นอะไรแบบนี้เสียที ถึงแม้เขาจะต้องกลั้นขำจนแทบจะล้มลงไปรำที่พื้นแต่เขาก็ทำเสียงเรียบขู่เด็กสองคนนั่นเสียชะงัก
อีซึงฮยอนผ่อนลมหายใจออกน้อยๆเมื่อได้ไปใช้ชีวิตแบบสบายๆในกระเป๋าของซึงฮยอนคนพี่ เจ้าตัวเล็กแลบลิ้นให้เด็กหญิงผมบ๊อบเมื่อเห็นว่ามินจิไม่สามารถแย่งตัวเองจากกระเป๋าเฮียได้
บางครั้ง.. ซึงฮยอนก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นครูอนุบาลบ้างอะไรบ้าง..
..
หนังจบคนไม่จบ
เด็กสองคนที่ทำตัวประหนึ่งคู่กัดกันมาแต่ชาติปางก่อนตอนนี้นั่งเม้าท์หนังเรื่องเมื่อครู่กันอย่างเมามันส์ในร้านไอศกรีม มินจิพูดต้นเรื่อง ซึงริก็พูดท้ายเรื่อง ถ้าใครไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อนแล้วมาฟังสองคนนี้เล่าจะเข้าถึงทุกฉากประหนึ่งได้ดูมาสิบรอบทันที
ชเวซึงฮยอนนั่งดูซึงริที่ยืนอยู่บนโต๊ะซึ่งกำลังเกาะถ้วยไอศกรีมพลางใช้ช้อนตุ๊กตาที่หนีบมาด้วยตักไอศกรีมที่ละลายแล้วเข้าปากจนเปื้อนแก้มเหมือนเด็กๆ
" กินอะไรน่ะ เลอะหมดแล้ว" คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบหลุดออกมาจากปากเขาเมื่อเห็นท่าทีการกินของคนตัวเล็ก ซึงฮยอนใช้นิ้วโป้งป้ายครีมไอศกรีมข้างแก้มน้องเบาๆ
" กินดีๆหน่อยสิ มินจิด้วยเป็นผู้หญิงนะ กินอะไรก็กินให้มันเรียบร้อยหน่อยสิ "
เด็กสองคนที่ถูกตักเตือนโดยผู้ใหญ่เบะปากพลางบ่นกันงึมงำๆ ซึงริแลบลิ้นให้เขาราวกับรำคาญผู้ใหญ่หัวโบราณที่นั่งอยู่ข้างหน้านี่เต็มทน ซึงฮยอนพยายามมากในการอดทนไม่ให้นิ้วตัวเองดีดหน้าผากเจ้าตัวเล็กกลิ้งตกถ้วยไอศกรีม
เขาเผลอมองไปที่ใบหน้าทะเล้นๆที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตาอยู่ข้างหน้า ทั้งๆที่ซึงริเป็นคนที่ชอบเขาแต่น่าแปลกที่กลับกลายเป็นตัวเขาเองที่รู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้าแปลกๆอยู่แทบทุกเวลา
เวลาได้ยินเสียงใสๆของเด็กที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่เข้าบ่อยๆเขาก็รู้สึกดียังไงชอบกล ชอบเวลาที่เด็กคนนี้นั่งพิงเขา ชอบเวลาหัวเราะตอนกินอะไรอร่อยๆ ชอบแม้กระทั่งเวลาที่เจ้าเด็กนี่งอนแก้มป่อง แค่มองมันก็อยากหยิกให้เด็กนี่ร้องโอ๊ยดังๆแล้วทุบเขาสักสองสามที
นี่เขากำลัง ‘รัก' รึเปล่า?
ไม่ใช่หรอกไม่ใช่ มันเป็นความเอ็นดูต่างหาก ความเอ็นดูเด็กของคนมีสัญชาตญาณความเป็นพ่อและพี่ชายที่ดี
เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าต้องหลอกตัวเองแบบนั้น...
..
บางครั้งชเวซึงฮยอนก็สงสัยตัวเองบ้างว่านอกจากเขาจะเป็นครูโรงเรียนอนุบาลแล้วเขายังเป็นสารถีขับรถให้คุณหนูทั้งสองนี่อีกด้วยหรือไร กงมินจิกอดเอวเขามาตอนนั่ง ส่วนซึงริก็หลับสนิทคากระเป๋าเป้ของเธอ ในขณะที่เขาต้องคอยขี่มอเตอร์ไซค์อย่างระมัดระวังไม่ให้เด็ก(?)ทั้งสองตกจากรถแถมกว่าจะถึงบ้านก็มืดพอดี
ถึงหน้าบ้านหน้าที่ของคนรับใช้ตลอดชาติของเขาก็ยังไม่จบ ซึงฮยอนจัดการถอดหมวกกันน็อกของตัวเองแขวนไว้กับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ เขาค่อยๆอุ้มมินจิให้ขึ้นกอดคอขี่หลังเข้าบ้าน
สารถีจำเป็นค่อยๆถอดกระเป๋าเป้สีชมพูใบเล็กของกงมินจิมาถือไว้ในมือ อีกครั้งที่เขาได้มองหน้าเวลาหลับของเจ้าตัวเล็กแบบเต็มๆตา เขาเผลอมองหัวกลมๆที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าพร้อมลมหายใจสม่ำเสมอนั่นไปแวบหนึ่ง
เป็นอีกครั้งที่ก้อนเนื้อในอกกระตุกขึ้นถี่ๆ
..
เมื่อเข้าไปในบ้าน ซึงฮยอนแบกมินจิขึ้นไปนอนบนเตียงของเขาก่อนจัดผ้าผ่อนให้เด็กหญิงห่มอย่างดี ส่วนตะกร้านอนของน้องที่เดิมเคยอยู่บนเตียงเขาก็จัดแจงเอามันลงไปไว้ข้างๆหมอนเขาเอง
นัยน์ตาคมสะท้อนภาพเจ้าตัวเล็กอีกคนที่นอนหลับอยู่ตะกร้าข้างฟูกนอนบนพื้น.. ทุกอย่างรอบตัวปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบนอกจากเสียงหายใจสม่ำเสมอของ‘เด็ก'สองคนที่อยู่ในภวังค์นิทรา
มีเพียง‘ผู้ใหญ่'ที่เหลืออยู่คนเดียวซึ่งดึกป่านนี้ก็ยังหลับไม่ลง
มองไปยังตะกร้าข้างๆหมอนตัวเองถึงได้รู้ตัวว่าอยู่ใกล้กันขนาดนี้
ใกล้จนถ้าคิดจะทำอะไรก็ทำได้..
ระหว่างที่คิด ชเวซึงฮยอนคงไม่รู้ตัวเลยว่าร่างกายของตัวเองค่อยๆโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นทุกที..
ถ้าเขาทำในสิ่งที่กำลังคิด.. เด็กคนนี้จะตื่นมาเตะเขาไหมนะ ?
ถ้าเขาแตะแก้มนั่นขึ้นมา.. เด็กคนนี้จะว่าอะไรเขาไหมนะ ?
แล้วถ้ามากกว่านั้น...
ยิ่งอยู่ใกล้ขนาดหายใจรดกันขนาดนี้ด้วยแล้ว...
ถ้าเขาขอจูบ...
"ไรเดอร์คิกส์ !!!"
คำตอบเข้าไปเต็มๆปากของคนคิดลามก ซึงฮยอนสะกดอารมณ์อะไรบางอย่างที่พวยพุ่งออกมาก่อนโดนเตะปากไปอย่างชะงัก เขาลูบดั้งและริมฝีปากตัวเองพลางลงไปกลิ้งบนฟูกพร้อมเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
แล้วค่ำคืนที่มีทั้งร้ายทั้งดีนี้ก็ผ่านพ้นไปพร้อมเสียงละเมอของเจ้าตัวเล็กอีกคืน...
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ทั้งสามตื่นขึ้นมาดูการ์ตูนยามเช้าด้วยกันตามคำบรรชาของ ‘เด็กทั้งสองคน'
แต่ไม่นานสวรรค์ก็ดูจะเริ่มเห็นอกเห็นใจผู้ชายอย่างชเวซึงฮยอนเป็นพิเศษถึงได้บันดาลให้กยูจงมากดออดที่บ้านเขาอีกครั้งเพื่อรับมินจิกลับไป ซึงฮยอนจัดการแต่งตัวหวีผมให้เด็กหญิงเรียบร้อยก่อนจะพาไปส่งให้พี่ชายของหล่อนที่หน้าบ้าน
"เฮียจะไปส่งมินจิที่หน้าบ้าน แล้วก็เดี๋ยวแวะไปซื้อน้ำมะนาวกระป๋องที่ปากซอย อยู่บ้านดีๆล่ะ อย่าซนนะ "
" ฮะ "
เจ้าตัวเล็กพยักหน้าตอบรับอย่างดิบดี ชเวซึงฮยอนใช้มือสองข้างจัดผมให้มินจิเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจับมือเด็กหญิงเดินไปยังหน้าบ้าน หล่อนยิ้มน้อยๆก่อนหันไปโบกไม้โบกมือให้เพื่อนคนใหม่ที่นั่งดูการ์ตูนอยู่ในห้องรับแขก
แล้วทั้งสองก็เดินออกจากบ้านไป
เหลือมนุษย์ไซส์ขวดแชมพูนั่งดูทีวีอยู่คนเดียว
อีซึงฮยอนนั่งดูไตเติ้ลการ์ตูนตอนต่อไปพลางหยิบข้าวเกรียบอบเคี้ยวไปอย่างเซ็งๆ
ฟิ้ว ~
ระหว่างที่นั่งดูรอบๆเพลินๆอยู่นั้นเหมือนเจ้าของดวงตากลมๆนั่นจะเห็นอะไรปลิวออกไปทางประตู
มองออกไปนอกประตูฝั่งที่ติดกับสวน กระดาษแผ่นขาวที่ชเวซึงฮยอนวางอยู่บนลิ้นชักในห้องรับแขกกำลังปลิวออกไปทางประตูสวนที่ถูกเปิดทิ้งไว้อยู่
อีซึงฮยอนขมวดคิ้วมุ่ยเพ่งไปยังกระดาษแผ่นนั้น
รอยไหม้บริเวณขอบด้านล่างนั่นมันฝีมือของเขา..
" โปสการ์ดใบนั้น? "
..
ชเวซึงฮยอนในชุดเสื้อยืดกางเกงสามส่วนเดินผิวปากเหวี่ยงถุงใส่น้ำผลไม้กระป๋องกลับบ้านท่าทางมีความสุข มองของในถุงอีกข้างแล้วก็แอบอมยิ้มน้อยๆ ของพวกนี้ก็แค่ของที่อยากซื้อไปฝากไอ้เด็กที่บ้านแค่นั้นแหละ
เค้กสตรอเบอร์รี่ ไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ พายสตรอเบอร์รี่
เอ้า ! นี่เด็กคนนั้นชอบสตรอเบอร์รี่ทั้งขนมทั้งนิสัยเลยมั้งเนี่ย ฮ่าๆ
มือเรียวเปิดประตูหน้าบ้านแล้วค่อยๆย่องเข้าไปในบ้านกะจะเซอร์ไพรซ์อีซึงฮยอนน้อยให้ตกใจด้วยเค้กก้อนโตที่กำลังจะมาวางตรงหน้า เขาค่อยๆย่องเข้าไปที่ห้องรับแขกด้วยเสียงที่มั่นใจว่าเงียบที่สุด
แล้วร่างทั้งร่างก็พุ่งโพล่งเข้าไปที่โซฟาห้องรับแขกนั่น " เซอร์ไพรซ์ซึงริ ท๊าดา !!!"
‘ ว้าว เฮีย~ สุดยอดเลยฮะ ขอบคุณนะฮะ เค้ารักเฮียจัง~' อย่างน้อยมันคือคำที่เขาทุ่มเงินซื้อขนมพวกนี้มาเพื่อรอฟังมัน
แต่คนที่เขารอฟังให้พูดคำนี้อยู่.. ตอนนี้หายไปไหน ?
" ซึงริ.. ซึงริ เฮียซื้อเค้กมาฝากนะ อยู่ไหนน่ะ มากินเร็ว "
" แพงด้วยนะของเจ้านี้น่ะ มัวแต่ซ่อนไม่ออกมาจะเสียใจนะ~ "
.
" ซึงรี ?.."
TBC...
____________________________________________________________________
Writer Talk ; จบไปอีกพาทค่ะ ใกล้จบจริงๆแล้วแหละ จั่วหัวว่าช็อตฟิคแต่เราอยากยาวเนาะ 5555 XD
บอกแล้ว คำว่า 'SF' กำลังเทรนด์ *กลิ้ง ง ง ง* เอาลงเพราะกว่าจะแต่งได้วันละจึ๋งๆมันนานมากและในที่สุดเราก็แต่งเสร็จอีกพาท อยากร้องไห้ ซึ้งใจเหลือเกิน T T''
ตอนนี้มีน้องมินจิด้วยค่ะ เอามาลงเพราะว่าน้องมินจิน่ารัก ~ ( นี่เอ็งไม่มีเหตุผลเลยเหรอะ ?!! ) ก็งี้แหละค่ะฟิครวมค่าย เห็นกยูจงรึยังคะอยู่บนโปสเตอร์ เอารูปมามั่วๆแต่หล๊อหล่อ 
.. พูดถึงตอนที่หกบ้างตอนนี้ซึงริหายออกจากบ้านไปค่ะ หวังว่าพาทต่อไปโป้จะตามเจอ ( ตกลงใครเป็นคนแต่ง?)
ก็ฝากให้ติดตามตอนต่อไปกันด้วยนะคะ อย่างที่บอกว่าช่วงนี้ยุ่งมากกว่าจะได้มาลงก็ลำบาก : D อ้อ ใครว่างๆช่วยเอาลงบ้านแดงให้หน่อยสิคะ เราไม่มีเวลาจริงจัง T______T;;
ก็อย่าทิ้งบล็อกนี้ไปนะคะ 555 รักคนอ่านทุกคนค่ะ รักษาสุขภาพด้วยช่วงนี้หวัด 2009 กำลังเทรนด์นะคะ อย่าตามเทรนด์ล่ะมันไม่แนว จียงสอนมา (เห้ยจริง?)
อีตาคนนี้นี่ใครเนี่ย ใช่คนเดียวกับไฮท์เบียร์ชุดเขียวแว่นสองสีเหรอคะ =_=
หล่อนะเนี่ย เราตกใจจริงจัง 555




นี่ถ้ารู้ตัวคงไม่ทำร้ายเฮียขนาดนี้ใช่มั้ย 555555555
กูจะลงโอนลี่มายแล้วเหมือนกัน แอร๊งงงงง
ปล.เอ็นซีสะใจมึงแน่ๆ
#1 By :: KUMAMEAW :: on 2009-07-03 22:01