[SF] White Rose [EP. V]
posted on 31 May 2009 19:54 by gdworld in WhiteRose
Previously
" เค้านึกออกแล้ว .. เค้าอยู่ที่ไหนที่ลมไม่ตีแล้วก็ไม่ร่วง !" ซึงฮยอนขมวดคิ้วพลางมองพัดในมือน้องที่กระดิกไปมาตามแรงสั่งของเจ้าของด้ามจับ.. อีซึงฮยอนเกาะถุงกระดาษแล้วยิ้มกว้าง
" ใน - หมวก - กัน - น็อค - เฮีย - ไง"
..
ชาวบ้านที่นั่งในรถประจำทางกำลังมองชเวซึงฮยอนด้วยสายตาแปลกๆ
ชาวบ้านที่นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็กำลังมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
ถ้าหากคุณอยู่ในถนนสายนี้ด้วยเวลานั้นคุณก็คงมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ.. สายตาทุกคู่บนท้องถนนไม่เว้นแม้แต่ตำรวจจราจรกำลังจ้องเจ้าของเสียงที่แหวลั่นกลางถนนพร้อมท่าทางที่ตบตีหมวกกันน็อคตัวเองแปลกๆพลางพูด
" เฮ้ย !! แกจะดึงผมเฮียทำไมวะ !!?"
ไอ้พอตอนหมดไฟแดงแล้วเจ้าของมอไซค์สีดำมันยังตบตีกับหมวกกันน็อคตัวเองอยู่ตำรวจก็ต้องทำหน้าที่หากแต่จะโบกก็ไม่กล้าจะด่าก็กลัว... ตำรวจก็กลัวคนบ้าเป็น จึงต้องปล่อยให้ร่างสูงทะเลาะกับหมวกกันน็อคตัวเองแล้วโบกรถคันอื่นไปเลนข้างแทน..
เหมือนชเวซึงฮยอนจะเริ่มรู้ตัว.. เขาเริ่มสงบปากสงบคำกับ (คนที่อยู่ใน)หมวกกันน็อคตัวเอง เพิ่งมารู้ตัวและอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีก็ไอ้ตอนคุณป้าที่เดินมากับหลานบอกให้หลานเดินชิดริมฟุตบาธอย่าผ่านมาใกล้เขา ตอนนั้นแหละ..
อะไรที่ทำให้เขาต้องบ่นกับเจ้าตัวเล็กในหมวกน่ะเหรอ..
ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก แค่เจ้าตัวเล็กมันร้อนเพราะพัดตุ๊กตาญี่ปุ่นที่หยิบออกไปจากถุงมันดันถูกใช้พัดซะแรงจนหักคามือจึงต้องทุบหัวเขาอั้กๆให้จอดรถหยิบพัดคันใหม่จากกระเป๋าส่งเข้าไปในหมวกกันน็อคให้หน่อยแต่นี่มันอยู่บนถนนและเขาจอดข้างทางไม่ได้ก็เลยปฏิเสธไป .. ผลลัพธ์น่ะเหรอ
ผมหลายเส้นของเขาถูกมือเล็กๆนั่นถอนเล่นเพลินเลยน่ะสิ !!
ไม่อีซึงฮยอนโกรธเขามากก็คงเหงามือไม่มีอะไรเล่นถึงได้กระตุกผมเขาเส้นต่อเส้นอย่างงี้ !!
ไอ้อากาศน่ะมันก็ไม่ได้ร้อนเลยออกจะหนาวเสียด้วยซ้ำ ซึงริที่อยู่ในหมวกกันน็อคน่ะอุ่นสบายจะตาย ผมเขาก็นุ่มแถมหอมฉุย (?) แล้วอีกแค่แป๊บเดียวก็จะถึงบ้าน ค่อยไปหาอะไรเย็นๆกินที่บ้านยังได้
ถ้าเลี่ยงได้เขาก็ไม่อยากถูกตำรวจจับเพราะจอดรถหยิบพัดให้หมวกกันน็อคหรอกนะ
แต่ดูเหมือนไอ้ตัวเล็กบนหัวเขาจะไม่เข้าใจอะไรเสียเลย ยังคงบ่นแง๊วๆกระตุกผมเขาอยู่นั่นแหละ ถ้าพ่อหัวล้านหมดหล่อไปนี่ใครจะรับผิดชอบวะ ซึงฮยอนอยากถอดหมวกกันน็อคจับน้องเขวี้ยงไปนั่งตะกร้าใส่ของข้างหน้าจริงๆแต่ไอ้แทคมันไม่อนุญาตบอกว่าตะกร้าใส่ผักของแม่มันใครอย่าแตะ -*-
ขี่รถมาถึงหน้าบ้าน ซึงฮยอนไม่รอช้าที่จะถอดหมวกกันน็อคออก มือใหญ่จับเข้าไปที่เจ้าตัวเล็กที่นอนแผ่อยู่บนหัวตัวเองก่อนดึงลงมา ในใจก็อยากใจด่าให้หายเจ็บใจแทนโคนผมน้อยๆของตัวเองเหมือนกัน แต่พอเห็นหน้าเจ้าเปี๊ยกตอนดีใจที่ได้กลับบ้านก็เล่นเอาเขาพูดอะไรไม่ออก..
ชเวซึงฮยอนและอีซึงฮยอนเดิน ( เกาะบ่า?) เข้าบ้านด้วยกัน .. ซึงฮยอนวางซึงริพร้อมกระเป๋าเป้ตัวเองลงบนโซฟาในห้องรับแขกพลางออกปากสั่งคนตัวสูงให้ไปเอาเค้กสตรอเบอรี่กับชามะนาวกระป๋องในตู้เย็นมานั่งกินกัน
ร่างโปร่งบ่นกระปอดกระแปดแต่ก็เดินไปยังห้องครัวแต่โดยดี
เหลือแต่เขาอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงคนเดียว
อีซึงฮยอนพยายามใช้มือเล็กๆของตัวเองรูดซิปกระเป๋าเป้ของซึงฮยอนคนพี่เพื่อหาถุงกระดาษ เมื่อพยายามดันซิปที่แทบจะใหญ่เท่าหัวของเขาจนเห็นว่ากระเป๋าเปิดกว้างพอแล้วซึงริน้อยก็พยายามดึงถุงใส่ชุดตุ๊กตาของมินจิในกระเป๋า เจ้าตัวเล็กพยายามใช้แรงทั้งหมดของตัวเองดึงถุงกระดาษออกจากกระเป๋า
ด้วยแรงดึงทั้งหมดของมือเล็กคู่นั้นทำให้ถุงกระดาษออกมาจากกระเป๋าอย่างง่ายดาย
หากแต่มันง่ายดายเกินด้วยแรงทั้งหมดทำให้ไปอีซึงฮยอนน้อยหงายท้องกลิ้งบนโซฟาพร้อมกับถุงกระดาษพร้อมกับเสื้อผ้าที่กระเด็นออกจากถุงนั่นตามแรงกระชาก ชุดตุ๊กตาหลากสีหลุดออกมาทับคนที่พยายามจะแกะมัน
เวลานี้บนโซฟามีเสื้อผ้าตุ๊กตากองเบ้อเร่อกองอยู่
ผ่านไปสามวิ.. กองเสื้อผ้านั่นเริ่มขยับน้อยๆ แล้วจู่ๆหัวของใครบางคนก็โพล่งออกมาพร้อมด้วยเสียงใสที่พร่ำติการกระทำ (?) ของชุดตุ๊กตาเหล่านี้อย่างหงุดหงิด " จู่ๆก็พุ่งออกมา.. เสียมารยาทจัง"
ซึงฮยอนกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับจานใส่เค้กและชามะนาวกระป๋อง คิ้วหนาขมวดมุ่ยเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กก่นด่ากองผ้าไร้มารยาทที่ทับตัวเองอยู่ เขาเดินเข้าไปนั่งข้างๆแล้ววางเค้กลงบนโต๊ะเบื้องหน้า อีซึงฮยอนปีนขึ้นมานั่งบนตักเขาแล้วเงยหน้าขึ้นมองแววตาเป็นประกาย
" เฮีย ~ ชุดมันทับเค้า เค้าเจ็บอะ" แล้วก็กอดแขนเขาถูหน้าไปมา
เด็กมันก็แค่อยากอ้อนเขาก็เข้าใจ
" อยากได้อะไรล่ะ ? "
เจ้าตัวเล็กยิ้มเห็นเขี้ยวแล้วเขย่าแขนเขาเร่าๆ " เค้าอยากกินสตรอเบอร์รี่ เฮียให้สตรอเบอร์รี่ข้างบนเค้านะนะน้า "
แล้วพอเห็นหน้ามันอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยขัดใจเด็กคนนี้ได้สักที
ซึงฮยอนเอาจานข้าวกับช้อนส้อมของตุ๊กตาไปล้างมาเรียบร้อยแล้วจิ้มสตรอเบอร์รี่ลูกโตวางบนจานใบนั้น ดวงตากลมโตเป็นประกายวิ๊บวั๊บเมื่อผลไม้ลูกเล็กสีแดงถูกส่งมาอยู่ตรงหน้าของตน แต่แค่สตรอเบอร์รี่ผลเดียวก็เกือบใหญ่กว่าหัวอีซึงฮยอนอยู่แล้วเขาก็เลยรู้สึกอึดอัดแทนน้องนิดหน่อยที่ต้องตัดสตรอเบอร์รี่กินอย่างยากลำบาก
ความกังวลแทนของซึงฮยอนไม่ได้ส่งผลต่อเจ้าตัวเล็ก .. ซึงริหยิบสตรอเบอร์รี่ขนาดเท่าหัวตัวเองขึ้นแล้วอ้าปากงับมันตรงกลางผลท่าทางเอร็ดอร่อย
ความสามารถในการกินของน้อง ซึงฮยอนก็ลืมไปว่ามันไม่ได้ด้อยไปกว่าทักษะการหาไฟแช็คสักนิดเดียว..
" เฮีย ~ เมื่อกี๊เค้าค้นเสื้อผ้าที่น้องมินจิให้มาล่ะ"
" อือ เป็นไงมั่ง" ถามพลางคว้ารีโมตเปิดทีวี
" เค้าเจอชุดบริทนีย์ด้วยฮะ"
" ต... ตุ๊กตาสมัยนี้เค้าแต่งตัวกันแบบนั้นกันเลยเหรอ ? " เบะปากถามเจ้าตัวเล็กที่สตรอเบอร์รี่เปื้อนเต็มปาก
" มีมากกว่านั้นอีกนะเฮีย ชุดใสมองทะลุข้างในแบบซีทรูยังมีเลย "
ชเวซึงฮยอนแทบจะพ่นครีมเค้กใส่หน้าน้องอีกรอบเมื่อได้ยินชื่อชุดดังกล่าว ไอ้เขาก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องพรรค์นี้สักเท่าไหร่หรอก แต่ก็พอนึกออกว่าน้องสาวกับน้องชายของผู้ชายไม่ค่อยเต็มแบบนั้นก็น่าจะเล่นอะไรทำนองนี้อยู่
ซึงฮยอนคว้าถุงกระดาษสีน้ำตาลที่มินจิยัดของเล่นตุ๊กตามาจากมือเจ้าตัวเล็กแล้วเริ่มออกคำสั่ง
" เฮียขอสั่งห้ามไม่ให้แกยุ่งกับชุดสำหรับเด็กต่ำกว่าสิบแปด ! ไอ้ชุดบ้าๆนี่เฮียจะยึดเอาไว้ ซึงริต้องใส่แต่ชุดลำลองของตุ๊กตาเด็กผู้ชายธรรมดาเข้าใจมั้ย !?"
เจ้าตัวเล็กขมวดคิ้วหน้ามุ่ย " แต่เค้าอยากเป็นบริทย์ให้เฮียนะฮะ !!~"
" ไม่ได้ ! นี่แน่ะ" .. สั่งห้ามแล้วดีดหน้าผากน้อยๆนั่นหนึ่งทีพอให้จำ อีซึงฮยอนน้อยหน้านิ่วขมวดคิ้วแล้วกุมหัวป้อยๆ " ก็ได้ๆ เค้าไม่เล่นชุดพวกนั้นก็ได้"
ถึงจะไม่พอใจอย่างไรแต่ซึงริก็ไม่ได้บ่นอะไรมาก เพราะความสนใจของเจ้าตัวในตอนนี้เพ่งอยู่ที่ลูกสตรอเบอร์รี่ในจานที่เหลืออยู่เพียงครึ่ง ซึงริยิ้มแล้วจัดการมันในคำสุดท้ายจนเกลี้ยงทำเอาคนที่นั่งดูอยู่ถึงกับผงะในฝีมือการกินของน้องเล็ก เขาไม่แน่ใจหรอกนะว่าสตรอเบอร์รี่เพียงลูกเดียวจะทำให้คนตัวแค่นี้อิ่มรึเปล่า
แต่ดูจากท่าทางที่เจ้าตัวเล็กจะนั่งตีท้องตัวเองแปะๆพิงโซฟานี่แล้ว.. คงอิ่มแปล้แล้วสินะ
" จะกินข้าวเย็นอีกรึเปล่า ซึงริ ?"
คนตัวเล็กส่ายหัวดิก มือกลมๆนั่นพยายามกดรีโมตเปลี่ยนช่องดูรายการที่สนใจ อีซึงฮยอนเปลี่ยนช่องกลับไปมาหน่ายๆ การ์ตูนที่ตัวเองติดอยู่ก็เพิ่งจบไป ทีวีวันนี้ก็ไม่มีอะไรน่าดู เจ้าตัวเล็กจึงเบะปากเซ็งๆ " น่าเบื่อจัง"
นัยน์ตาคมเหลือบไปมองเจ้าตัวเล็กที่พิงโซฟาหน้าบูด ซึงฮยอนอดลอบขำหน้าตาตอนบูดบึ้งของน้องที่ไม่รู้จะทำอะไรไม่ได้ เขาตัดสินใจชวนน้องดูหนังเรื่องใหม่ที่เพิ่งไปเช่ามา เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึกๆตามคำชวนของพี่ชายด้วยหน้าตาเซ็งๆ
" ดูก็ได้ฮะ.. เห็นว่าเฮียขอนะ เค้าเลยดูเป็นเพื่อน " เจ้าตัวบอกเขาแบบนั้น
เวลาผ่านไป
คนที่นั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกลับเป็นอีซึงฮยอนซึ่งพิงท้องอยู่บนตักของคนชื่อเหมือนกันเพียงต่างนามสกุล นี่คือเจ้าของประโยคที่ว่า ‘เห็นว่าเฮียขอนะ เค้าเลยดูเป็นเพื่อน' เมื่อครู่ ซึงริหัวเราะแม้กระทั่งมุกตลกที่เขาไม่ได้ขำสักแอะ แล้วหัวเราะมากกว่าเขาห้าเท่าได้
ถึงอย่างนั้น..
ซึงฮยอนรู้สึกขาดทุนมาก เขาดูหนังไม่รู้เรื่องสักนิด.. แล้วสาเหตุ.. ก็คงเพราะที่เขามองอยู่ตลอดเวลาหนังฉายคือเจ้าของเสียงหัวเราะสดใสในห้องนี้ล่ะมั้ง เขาก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าไปมองเจ้าตัวเล็กนานขนาดนั้นได้ยังไง
หันหน้าไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนชั้นวางมันก็ใกล้เวลาที่เจ้าตัวเล็กจะต้องเข้านอนแล้วถ้าช้ากว่านี้ต้องบวกเวลากล่อมบวกเวลาทะเลาะกันอีกสิบนาที กว่าน้องจะได้นอนก็คงเช้าพอดี แล้วก่อนนอนต้องทำอะไร ?
ก็แค่อาบน้ำ
" ซึงริ เปลี่ยนเสื้อผ้า ไปอาบน้ำได้แล้ว "
" ไม่เอาจะดูทีวี "
" ไม่ได้ !"
" เฮียอย่าดื้อดิ !!"
ช็อกไปสามวิฯ ด้วยคำว่าเฮียอย่าดื้อดิ สมองน้อยๆค่อยๆประมวลผลลำดับเหตุการณ์ว่าใครกันแน่ที่ดื้อ ชเวซึงฮยอนจับซึงริใส่เข้ากระเป๋าเสื้ออีกครั้งแล้วแบกเป้ที่มีถุงเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำ
เจ้าตัวเล็กหันไปทุบหน้าอกเขาด้วยความขัดใจก่อนแหวออกมาลั่น
" ถ้าจะอาบเฮียต้องอาบกับเค้าด้วย!"
" อาบคนเดียวแล้วจะเป็นลูคิเมียตายรึไง"
" ไม่ต้องเป็นลูคีเมียหรอก.. เค้าโดนน้ำสามหยดก็ไหลลงท่อแล้ว เฮียเห็นตัวเค้าใหญ่มากรึไงฮะ ?"
จริงอย่างที่ซึงริพูด ถ้าน้องอาบคนเดียวมีหวังไหลตามน้ำลงท่อระบายน้ำไปออกไหนต่อไหนแน่ๆ.. นั่นคือปัญหาในปัจจุบันและเขาลืมไปเสียสนิทแถมต้นเหตุของเรื่องก็คือเขาเอง ( มั้ง?) ซึงฮยอนจะทำอะไรได้.. นอกจาก
..
" เฮีย ขอน้ำอุ่นเพิ่มอีกฮะ ~"
อีซึงโนบรา ปรมา ลาภา... การเห็นซึงรีแก้ผ้าเป็นลาภอันประเสริฐ..
อีซึงฮยอนซึ่งอยู่ในชุดว่ายน้ำกางเกงสีน้ำตาลขาสั้นลอยเท้งเต้งอยู่ในอ่างอาบน้ำพร้อมห่วงยางสีชมพูลายเป็ดพูดขึ้นด้วยอารมณ์สดใส ร่างเล็กกวักน้ำเพื่อลอยไปยังฝั่งตรงข้ามที่พี่ชายชื่อเหมือนกันกำลังนั่งกางแขนแผ่อยู่
" เฮ้ย เฮียอาบน้ำด้วยแล้วอย่าวุ่นวายได้มั้ยไอ้เปี๊ยก"
ซึงริกวักน้ำจนไปอยู่ข้างซึงฮยอนสำเร็จ เจ้าตัวเล็กเอาแก้มของตัวเองไถไปมาบริเวณแขนนั่นเบาๆ
" เฮียไม่เข้าใจหรอก เค้าตัวเล็กเค้าก็หนาวง่ายน่ะสิ"
อะไรมันจะเป็นเด็กที่กะง๊องก๊องแก๊งอย่างนี้หนออีซึงฮยอนคนดี ~ เทมโปหันไปเพิ่มความร้อนของน้ำแล้วกลับหันกลับมาถามความพอใจของน้องจนพอดีที่เจ้าตัวเล็กต้องการ
ก็แล้วทำไมเขาต้องตามใจเด็กคนนี้ทุกครั้งด้วยนะ ?
เหมือนร่างกายมันไปเอง ..
"ป่ะ..ไปสระผมได้แล้ว " หลังจากแช่น้ำเล่นกันมาได้นาน(จนน้องพอใจ)พอสมควร ชเวซึงฮยอนก็พาซึงริลงจากอ่างเพื่อไปนั่งสระผมบนพื้น ซึงฮยอนนั่งลงบนเก้าอี้เตี้ยทำจากไม้ เจ้าตัวเล็กก็เช่นกัน ซึงรินั่งลงบนเก้าอี้กินข้าวเซ็ตตุ๊กตาที่มินจิให้มา
เจ้าตัวเล็กกอดขวดแชมพูกลิ่นสตรอเบอร์รี่แน่นแล้วยื่นมันให้คนที่นั่งอยู่ข้างหลัง " สระเบาๆนะเฮีย"
ซึงฮยอนพยักหน้าหงึกๆ แหงล่ะถ้าเขาสระแรงหัวน้องอาจปลิวลอยน้ำไปเลยก็ได้ใครจะไปรู้ ซึงฮยอนจับน้องให้อยู่ในท่าสบายๆแล้วนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ก็ค่อยๆนวดลงบนหัวกลมๆนั่น ที่เขาต้องสระให้น้องเพราะว่าน้องบีบขวดแชมพูแล้วเทใส่มือตัวเองไม่ได้ เป็นอย่างที่คิด..
ผมซึงรินุ่มมาก
" ผมคนหรือขนหมาเนี่ย.."
" เดี๋ยวเถอะเฮีย เดี๋ยวเค้าหันไปกระตุกผ้าเช็ดตัวเฮียร่วงจะหนาวมิใช่น้อยนะฮะ "
ซึงฮยอนหุบขาพรึ่บ เขาพันร่างกายส่วนล่างไว้แค่ผ้าขนาดเล็กสำหรับตอนอาบน้ำรวมที่พอดีแถมมาจากโรงอาบน้ำแถวบ้านเท่านั้นจึงต้องระวังคำขู่ของเจ้าตัวเล็กนี่เป็นพิเศษ เกิดอะไรต่อมิอะไรหลุดออกมาให้เห็นขี้คร้านจะปฐมพยาบาลคนเป็นลมกันยกใหญ่
" เฮ้ย .. ไอ้เปี๊ยกอย่าดุกดิกดิ๊ยิ่งสระยากๆอยู่ " ซึงฮยอนบ่นขมุบขมิบเมื่อจู่ๆเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างหน้าร้องเพลงประกอบการ์ตูนไอบะเรนเจอร์เรื่องโปรดขึ้นแถมยังนั่งเต้นตามจังหวะที่ร้องอีก
" เฮีย เฮียสระผมเฮียเหอะ เฮียใส่ยาสระผมให้เค้าก็พอแล้วเดี๋ยวเค้าสระเองได้.. นะ" แล้วเจ้าตัวเล็กก็ยิ้มร่าก่อนขยี้ผมตัวเองพลางร้องเพลงการ์ตูนของตัวเองต่อ
บางครั้งซึงฮยอนก็เอาใจน้องไม่ถูกบ้างอะไรบ้าง..
แต่เมื่อได้ยินอย่างงั้นเขาก็หันไปเปิดฝักบัวมารดใส่หัวตัวเอง ชเวซึงฮยอนสระผมตัวเองพลางคิดถึงเรื่องวิธีแก้คำสาปของเจ้าตัวเล็กตามนิยายปรัมปราเรื่อยเปื่อย แต่นาทีต่อมาระหว่างที่กำลังขยี้ผมตัวเองอยู่นั้นเขาก็สะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงอะไรอุ่นๆนุ่มๆบนหลังของตัวเอง
ซึงฮยอนหันกลับไปดู พบเจ้าของเขี้ยวเล็กๆกำลังพูดกับเขาพร้อมรอยยิ้มสดใส
" เค้าถูหลังให้เฮียนะฮะ"
ฟองน้ำนุ่มๆขนาดแทบจะใหญ่กว่าตัวคนจับขยับขึ้นขยับลงบนแผ่นหลังของร่างสูงโปร่ง ซึงฮยอนที่แอบเหลือบไปมองน้องที่ตั้งใจถูหลังให้เขาอย่างขมักเขม้นเผลอยิ้มออกมาบางๆเมื่อเห็นว่าฟองน้ำเกือบจะหลุดมือไปทับหัวเจ้าตัวดีเข้า เขาก็ไม่ได้มีใครถูหลังให้แบบนี้มานานพอมาเจอแบบนี้ทีก็รู้สึกสบายดีเหมือนกันนะ
เสียดายน้องถูไหล่ไม่ถึงถ้าถูถึงคงสบายกว่านี้ แต่สาบานได้ถ้าบอกไปเจ้าตัวต้องรีบเสนอตัวตอนร่างสูงเท่าเดิมจะมาถูหลังให้เขาอีกเป็นแน่ !
" เฮีย"
" หือ " ชเวซึงฮยอนสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิดก่อนหันไปมองเจ้าของเสียง
" ขอบคุณนะ"
ก้อนเนื้อภายใต้หน้าอกข้างซ้ายของคนถูกขอบคุณกระตุกถี่ๆเมื่อร่างของคนที่จับฟองน้ำเมื่อครู่ทาบตัวลงบนแผ่นหลังของเขา ซึงริเอาหน้าถูไปมาแล้วซุกหน้าลงบนแผ่นหลังของเขาเจ้าตัวเล็กวาดมือทาบลงบนหลังนั่นคล้ายจะกอด เสียงใสสะท้อนกับผนังห้องน้ำราวกับต้องการให้เขาได้ยินมันชัดๆ
" ขอบคุณที่เฮียดูแลเค้านะ ขนาดเค้าวุ่นวายกับเฮียหลายเรื่องแต่เฮียยังไม่ทิ้งเค้าเลย"
ชเวซึงฮยอนยื่นมือไปลูบหัวกลมนั่นเบาๆ " ก็เป็นซะแบบนี้แล้วเฮียจะทิ้งไปได้ยังไงล่ะ ?"
" อือ ก็นั่นแหละ.. ขอบคุณนะฮะ" เจ้าตัวเล็กยังไม่เอาหน้าออกจากแผ่นหลังของเขา อีซึงฮยอนพยายามทำท่าเหมือนกอดร่างเขาถึงความจริงจะเป็นแค่การกางมือแปะบนหลังเท่านั้นแต่ซึงฮยอนกลับรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังกอดขอบคุณเขาอยู่จริงๆ " ไม่เป็นไรหรอก.. เป็นเพราะเฮียเหมือนกันที่ทำให้ซึงริโดนคำสาป"
" แต่เป็นแบบนี้ไปมันก็สนุกดีนะฮะ"
"..."
" เฮียใจดีกับเค้าเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลย"
"..."
" เฮียอยู่กับเค้าเฮียสนุกมั้ย?"
" อ.. อื้อ ก็สนุกดี.."
" คิคิ.. ขอบคุณนะ เค้ารักเฮียจัง "
เสียงหัวใจดวงเล็กๆที่อยู่ภายใต้ร่างกายของคนที่ต้องคำสาปดังอยู่ห่างจากเสียงหัวใจของเขาเพียงไม่กี่เซ็นฯ หากแต่ซึงฮยอนกลับรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นเสียงดังเสียจนกลบเสียงทุกๆอย่างในห้องน้ำนี่จนหมด..
เขากำลังคิดว่า..บางครั้ง.. คำสาปเจ้าชายกุหลาบขาวอะไรนั่นมันก็ไม่ได้แย่อะไรไปเสียทั้งหมด..
จะว่าไปแล้ว.. พอเป็นแบบนี้ อีซึงฮยอนก็ทำตัวน่ารักดีเหมือนกัน
เด็กคนนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเมื่อก่อนเหมือนกันนั่นแหละ..
..
" เอ้า ! นอนตรงนี้ ! "
" ไม่เอามันน่ากลัวอ้ะ ! เค้าจะนอนกับเฮีย จะนอนกับเฮีย จะนอนกับเฮีย "
ชเวซึงฮยอนขอถอนคำพูดที่พูดตอนอยู่ในห้องน้ำตอนนี้จะทันไหม ?
เสียงสองเสียงเถียงกันสิบหกรอบเศษภายในห้องนอนของเจ้าของห้องที่ยืนจังก้าเท้าสะเอวอยู่ริมเตียง
เทมโปจัดแจงเอาตะกร้าใส่ผลไม้มาวางหมอนใบนุ่มแล้ววางไว้ข้างเตียงตัวเอง ยืนยันกับซึงริด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าน้องต้องนอนตรงนั้น
แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ยอม คนตัวเล็กกลัวความมืดหรือตัวอะไรหลายๆอย่างที่อยู่ใต้เตียงของซึงฮยอนจะมาแทะหัวตัวเองกินกลางดึกจึงดึงดันไม่ยอมนอนในตะกร้านั่นท่าเดียวพลางป้องปากตะโกนร้องเร่าๆจะนอนกับเฮียๆ เอาแต่ใจเช่นเดิม ทำเอาเจ้าของเตียงปวดหัว
ซึงฮยอนกุมขมับน้อยๆแล้วนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะทำงาน
ร่างโปร่งนึกถึงคนที่ถูหลังให้เขาในห้องน้ำแล้วมองหน้าเจ้าตัวเล็กเสียงแปดหลอด ในหัวตบตีกันว่าอีสองตัวนั่นมันคนเดียวกันแต่จิตใต้สำนึกขัดแย้งปาวๆว่ามันคนละคนกันกับตอนนี้ชัดๆ
เขาอ้างเหตุผลร้อยแปดพันเก้าเรื่องซึงริไม่ควรมานอนกับเขาทั้งเขานอนกรน เขานอนดิ้น นอนตด นอนบลาๆ ไอ้ความจริงเขากลัวตัวเองมากว่าจะกลิ้งไปทับน้องหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันเลวร้ายกว่านั้น สรุปโดยรวมว่าซึงริเวอร์ชั่นมินิถ้านอนกับเขาแล้วมีอันเป็นไปชัวร์ๆ แต่เจ้าตัวก็แย้งเสียงเขียวว่าจะไม่ยอมนอนข้างล่างท่าเดียว
ชเวซึงฮยอนงานงอกอีกแล้ว -_-
" ทำไมถึงไม่นอนข้างล่าง ?"
" เค้ากลัวสรรพสิ่งใต้เตียงเฮียจะมาจับเค้าไปกิน "
" ถ้าแกนอนข้างบนกับเฮียมีหวังไม่มีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้ "
" ถ้าเฮียกลัวนอนทับเค้าเฮียก็ให้เค้านอนบนเตียงแล้วเฮียลงมานอนข้างล่างสิ"
เออ..เด็กมันฉลาด
ชเวซึงฮยอนยกตะกร้าใส่หมอนใบนั้นขึ้นไปวางบนเตียง เขาบังคับอย่างเด็ดขาดให้ซึงรินอนในตะกร้าเพราะอย่างน้อยก็มีขอบตะกร้ากั้นเวลาน้องนอนดิ้นหรือกลิ้งคล้ายจะตก ซึ่งเจ้าตัวก็ก้มหน้างุดไม่เถียงอะไร
ในที่สุดข้อโต้เถียงก็จบลง ซึงฮยอนปิดไฟหลักของห้องเปิดไว้เพียงแสงส้มอ่อนๆจากโคมไฟตั้งโต๊ะ
สรุปภาพรวมห้องนอน
ตะกร้านอนอยู่บนเตียง คนนอนอยู่บนพื้น .. ตลกสุดตีน
ถ้าเพื่อนสมชายหรือใครมาเห็นตอนนี้เขาจะมุดหัวไปอายที่ไหนนี่ยังตัดสินใจไม่ถูกเลยนะเนี่ย
ห้องเงียบไปเพียงห้านาที ความสงบก็ถูกทำลายลงโดยคนที่คุณก็รู้ว่าใคร
" เฮีย เล่านิทานให้ฟังหน่อยดิ "
เจ้าตัวเล็กโพล่งขึ้นทำลายความเงียบด้วยประโยคเด็ดก่อนนอนของเด็กเจ็ดขวบ อีซึงฮยอนพลิกตัวจากตะกร้าเพื่อหันหน้าไปมองคนที่นอนช็อกอยู่ใต้เตียง.. เจ้าตัวเล็กรั้นขอคนที่แกล้งหลับคนนั้นอีกหลายรอบจนเขาต้องจำใจตื่นขึ้นมาเล่าตามใจเด็กคนนี้เช่นเดิม " อยากฟังเรื่องอะไรล่ะ"
" สโนว์เทมป์กับซึงริทั้งเจ็ดฮะ"
แค่ชื่อเรื่องเทมโปก็จินตนาการหน้านักแสดงนำออกทันที ไอ้พวกนิทานแบบนี้ตอนเด็กๆเขาก็เคยเล่ามาบ้างแล้วอย่าง ‘ซึงฮยอนเรลล่า' ‘เทมโปเงือกน้อย' รึอะไรต่อมิอะไรบลาๆที่เจ้าตัวเล็กขอให้เล่าให้ฟังจนครบห้าวันที่มาค้างบ้านเขาก่อนจะกลับกวางจู
" ซึงริสัญญากับเฮียนะว่าถ้าเฮียเล่านิทานจบซึงริต้องนอน โอเค๊?"
" ฮะ เค้าสัญญา"
ชเวซึงฮยอนปล่อยลมหายใจพรูดใหญ่ออกมา ในหัวคิดถึงนิทานปรัมปราเรื่องประมาณเจ้าหญิงตัวขาวหนีจากวังมาทำงานบ้านคนแคระแล้วอยู่ๆไปก็เจอรักแท้อย่างงงๆอะไรสักอย่างที่เขาเคยได้ฟังตอนเด็ก ซึงฮยอนผ่อนลมหายใจน้อยๆเมื่อเห็นเจ้าของตากลมๆบนเตียงพลิกตัวมาฟังเขาเล่าจริงๆจังๆ
" กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.."
" อ๊า.. กาลครั้งหนึ่งอีกละ ไม่เอาๆ กาลครั้งสองดีกว่านะนะ"
" เออๆ กาลครั้งสองนานมาแล้ว...."
.
" ยังมีเจ้าหญิงอยู่องค์หนึ่งชื่อ.. เอ่อ.. สโนว์เทมป์.." เว้นวรรคคำพูดให้เจ้าตัวเล็กบนเตียงหัวเราะชอบใจ
" สโนว์เทมป์เป็นเจ้าหญิงที่ตัวขาวมากๆ ขาวอย่างกับผ้าอนามัยยังไม่ได้ใช้"
" เปรียบเทียบอุบาทว์ว่ะ "
" เออฟังไปเหอะ !.. วันหนึ่งพระราชาซึ่งเป็นพ่อของเจ้าหญิงเนี่ย ก็แต่งงานใหม่กับแม่เลี้ยงใจร้ายทำให้สโนว์เทมป์เป็นเด็กมีปัญหาหนีออกจากบ้าน"
" หนีออกจากปราสาทต่างหาก เจ้าหญิงที่ไหนอยู่ในบ้าน "
" วะ ! เหมือนๆกันแหละ "
" เจ้าหญิงก็ต้องไปเช่าบ้านอยู่ในสลัมเพราะเจ้าหญิงโง่ไม่ได้จิ๊กเงินจากวังมาสักกะผีก.. สโนว์เทมป์ต้องอาศัยอยู่ร่วมห้องกับเด็กตัวเล็กเจ็ดคนๆที่ชื่อเหมือนกันในบ้านเช่าหลังนั้น เด็กนั่นชื่อซึงริ จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องว่า ‘สโนว์เทมป์กับซึงริทั้งเจ็ด' สุขใจ สุขใจ จบ .."
" เฮ้ ! จบทุเรศอ้ะ..! "
" นี่ยังไม่หลับอีกเหรอ !? .. พอๆจบแล้ว นอนได้แล้ว"
" เอ๊ ~.. เมื่อวานเค้าวางไฟแช็คไว้ตรงไหนน้า ~ "
ไหล่คนเล่านิทานสะดุ้งนิดๆ
" เออ ก..ก็ได้ต่อก็ต่อ พวกเขาทั้งแปดก็อยู่บ้านนั่นก็อย่างแร้นแค้นเพราะซึงริที่หนึ่งและซึงริที่สองติดหนี้บอลท่วมหัวกลับบ้านไม่ได้เพราะโต๊ะบอลตามอยู่ ส่วนซึงริที่สามและซึงริที่สี่ก็ออกไปขายตัวใช้หนี้"
" เห๊ะ !"
" อ.. เอ้ย ซึงริที่สามกับซึงริที่สี่ก็ออกไปขายวัวใช้หนี้ ซึงริที่ห้ากับซึงริที่หกเป็นไข้หวัดหมู เหลือปกติแค่ซึงริที่เจ็ดคนเดียว สโนว์เทมป์จึงต้องสนิทกับซึงริคนสุดท้องไปโดยปริยายและทั้งคู่จึงต้องจำใจต้องอยู่ร่วมกันในบ้านหลังนั้น สองคนช่วยกันทำมาหากินอย่างยากลำบากเพราะเศรษฐกิจอยู่ในยุคฟองสบู่แตก "
" แม่มดรู้ข่าวว่าสโนว์เทมป์สุดสวยยังไม่ตายก็เลยตามไปที่บ้านเช่าหลังนั้นและปลอมตัวเป็นคนแก่ขายข้าวโพดคั่วด้วยมั่นใจว่าเจ้าหญิงต้องม่องเท่งเพราะความตะกละ แต่เรื่องไม่เป็นอย่างที่นางแม่มดคิด วันนั้นซึงริที่เจ็ดอยู่บ้านคนเดียว จึงจัดการฟาดข้าวโพดนั่นซะเรียบ "
" พิษในข้าวโพดคั่วถังนั้นมีฤทธิ์ทำให้ซึงริคนสุดท้องต้องหลับไม่ตื่นไปตลอดกาล แต่ว่า.."
" ฟรี้ ~...."
" อ้าว"
ชเวซึงฮยอนลุกขึ้นจากฟูกใต้เตียง เขาลุกขึ้นไปเกาะขอบเตียงแล้วมองเจ้าตัวเล็กที่นอนในตะกร้า ซึงฮยอนจัดผ้าห่มให้น้อง เขาเผลอมองดวงตากลมที่หลับตาพริ้มนั่นเวลานอน เสียงหายใจสม่ำเสมอและหน้าอกที่ขยับขึ้นลงน้อยๆแสดงให้เห็นว่าซึงริที่เจ็ดคนนี้หลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มแอบอมยิ้มน้อยๆ มองไปที่ขอบตาคล้ำๆกับมือเล็กๆคู่นั้นแล้วมันน่ารักดีจนเขาอดผุดยิ้มออกมาไม่ได้
ไอ้มือนี่ใช่ไหมที่วันนี้ขยันกระชากหัวเขาตลอดตอนขับรถน่ะ .. ซึงฮยอนใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากมนๆของคนตัวเล็กเบาๆ เขาไม่ได้ถือโอกาสเล่นอะไรกับตัวน้องหรอกนะแต่ตอนตื่นมันทำอะไรแบบนี้ไม่ได้นี่นา
อีซึงฮยอนน้อยพลิกตัวไปอีกฝั่งแล้วคว้าหมอนตุ๊กตาของมินจิเข้ามากอดก่อนพูดด้วยอารมณ์ประมาณครึ่งหลับครึ่งตื่น " เฮียนอนได้แล้วน่า... เล่นอะไรกับหน้าเค้าอยู่ได้.."
คนตัวสูงเลิกคิ้วขึ้น เขาจัดผ้าห่มให้น้องเป็นครั้งสุดท้ายแล้วทิ้งตัวลงนอนบนฟูกที่พื้น
แล้วคนทั้งคู่ก็ผ่านค่ำคืนนี้ไปด้วยกัน..
..
" ถ้าไม่ตื่นเค้าจะงับหูเฮียนะฮะ !!"
คือประโยคที่ถูกใช้มาปลุกชเวซึงฮยอนในเวลาหกโมงกว่าๆเช่นเช้าวันนี้ ซึงฮยอนลืมตาขึ้นมาด้วยอารมณ์งัวเงียสุดขีดในขณะที่เจ้าตัวเล็กที่ชื่อเหมือนกันล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้วมายืนป้องปากตะโกนใส่หูเขาปาวๆ
อีซึงฮยอนเขย่าคอเสื้อคนเป็นพี่ชายด้วยแรงทั้งหมดที่มีเพื่อปลุกด้วยเหตุผลที่ว่า
" เราจะไปออกกำลังกายตอนเช้ากัน"
ซึงฮยอนเข้าใจว่าซึงริเป็นเด็กแข็งแรง
แต่วันหยุดดีๆที่มหาลัยประเคนมาให้ทั้งทีเขาก็อยากนอนผึ่งพุงอยู่บ้านตื่นสายบ้างอะไรบ้าง..
ก็ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะไม่คิดอย่างนั้น..
" ฮาโตชิบอกว่าเด็กร่างกายแข็งแรงทุกคนต้องขยันตื่นแต่เช้าเพื่อลุกขึ้นไปวิ่งรอบหมู่บ้านฮะ "
ฮาโตชิไหนวะ...
สมองน้อยๆประมวลผล.. ถ้าจำไม่ผิดมันคงเป็นพระเอกหนังญี่ปุ่นเมื่อวานที่เขาเช่ามาให้น้องดูจนน้องติดงอมแงม ไอ้พระเอกที่มีซิกแผคเป็นสามเท่าของคนธรรมดานั่นสินะ - -
อีซึงฮยอนจะติดใจความสมาร์ทอะไรของซามูไรคนนั้นเขาก็ไม่ได้ว่าหรอก แต่เขาเห็นว่าการสะสมไขมันไว้เพื่อความอบอุ่นในหน้าหนาวมันเจ๋งกว่าหกก้อนแปดก้อนสิบสองก้อนอะไรของซาโตชินั่นตั้งเยอะ
" จะออกกำลังกายแค่วิ่งอยู่ในห้องก็พอแล้ว"
" เค้าจะไปสูดอากาศ เค้าจะไปปั่นจักรยาน เค้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ! เค้าจะไปเค้าจะไปเค้าจะไป "
..
ผลสุดท้ายก็ลงอีหรอบเดิม ชเวซึงฮยอนเคยแข็งข้อไม่ยอมอะไรเจ้าตัวเล็กเป็นที่ไหน.. เขาค้นจักรยานคันเก่าจากโรงเก็บของหน้าบ้านออกมาปัดฝุ่น ไม่ได้ปั่นจักรยานมาสองชาติเศษๆ กลัวเหมือนกันว่าปั่นไปปั่นมาล้อหลังมันจะแซงล้อหน้าแล้วพากันกลิ้งลงคลองกันทั้งคู่
ซึงฮยอนสูบลมใส่ล้อจักรยานที่แบนเข้าขั้นวิกฤตอย่างเอาเป็นเอาตาย ไอ้เครื่องสูบลมนี่ก็ฝืดเหลือเกิน ข้าวของบ้านนี้อะไรมันจะห่วยแตกต่างจากเจ้าของมันอะไรขนาดนี้นะ ? ส่ายหัวบ่นพึมพำน้อยๆจนสวรรค์บันดาลเขาสูบลมยางจักรยานเสร็จในที่สุด
ซึงริขอซ้อนข้างหลังเขาเพราะตอนเช้าๆแบบนี้ไม่น่าจะเป็นอะไรแล้วก็เช่นเดิมเขาก็ไม่ขัดใจเจ้าตัวเล็ก ชเวซึงฮยอนจัดแจงเอาเก้าอี้ตุ๊กตาของมินจิในถุงกระดาษมาต่อกับที่นั่งด้านหลังให้น้องนั่งได้สะดวก
" เกาะดีๆ ร่วงไปเฮียไม่เก็บนะเว้ย "
" รู้แล้วล่ะน่า "
ซึงฮยอนทั้งคู่เดินทางไปสวนสาธารณะด้วยรถจักรยานคันสีแดงโซ่เกือบหลุดของคนตัวสูง ชเวซึงฮยอนออกแรงปั่นหัวทิ่มหัวตำจนมาถึงหน้าสนามเด็กเล่นซึ่งยามเช้าถูกจัดเป็นสถานที่ทำกิจกรรมออกกำลังกายของสตรีมีอายุ
เขาแน่ใจ ว่าตัวเองไม่ใช่สตรีมีอายุอย่างที่ป้ายตัวเบ้อเร่อนั่นเขียนไว้
แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ใช่...
ซึงริกระโดดลงจากเบาะรองนั่งเวอร์ชั่นรีเมคลงไปเต้นแอโรบิกกับป้าๆด้านหน้าเวทีออกกำลังกายแล้ว
ให้ตายซาโตชิ ...
ชเวซึงฮยอนจอดจักรยานอย่างรวดเร็วพลางวิ่งไปจะจับน้องยัดใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองเหมือนที่เคยทำ หญิงวัยประมาณหกสิบปีที่เต้นอยู่แถวหลังๆเมื่อเห็นสิ่งที่ร่างสูงทำก็พากันขมวดคิ้วแล้วมองไปยังเจ้าตัวเล็กในกระเป๋าเสื้อ
" พ่อหนุ่ม ในกระเป๋านั่นตุ๊กตาเหรอจ๊ะ ?"
เขายิ้มแหยๆ " ของน้องสาวผมน่ะครับ"
" เฮียมีน้องสาวที่ไหน? เค้าน่ะของเฮียต่างหาก "
สาวเหลือน้อยหลายๆคนหัวเราะคิกคักกับข้อแย้งของเจ้าตัวเล็กในกระเป๋าเสื้อ ซึงฮยอนสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อเสียงนั่นพูดออกมาทั้งๆที่ตกลงกันไว้ว่าจะทำตัวเป็นตุ๊กตาอยู่นิ่งๆแล้วแอบออกกำลังกายกันหลังต้นไม้ไม่ให้ใครเห็น แต่ดูท่าว่าบรรดาป้าๆที่นี่คงคิดว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเกาหลีล้ำยุคไปถึงขั้นมีตุ๊กตาตัวเล็กพูดได้จึงไม่ได้ติดใจสงสัยหรือตกใจอะไรกัน
เหมือนซึงริจะรู้ว่าไม่เป็นอะไร เจ้าตัวเล็กทำตาใสปิ๊งๆอ้อนเขาให้พาตัวเองลงไปบริหารร่างกายด้านล่าง เช่นเดิม เขาก็ไม่เคยคิดเรื่องปฏิเสธอะไรไว้ในหัวสักนิด แต่ถ้าเขาออกกำลังกายกันตรงนั้น อีซึงฮยอนต้องโดนฝุ่นจากพื้นที่คลุ้งเพราะฝ่าเท้าบรรดาแม่บ้านอุดจมูกตายก่อนแน่
พอเขาค้านเรื่องนั้นไป.. เจ้าตัวดีก็เสนอวิธีแก้ให้..
..
" ผม..ชเวซึงฮยอน.. จะมาเป็นคนนำเต้นแอโรบิกทุกท่านวันนี้ครับ !"
TBC..
__________________________________________________________________
Writer Talk ; โป้เป็นคนนำเต้นแอโรบิกค่ะ =_= ( แอบสงสารวงการแอโรบิกโลก ) สำหรับตอนนี้เป็นตอนที่ซึงริสติลอิ๊อ๊ะเช่นเดิมนะฮะแล้วก็จะอิ๊อ๊ะไปจนสุดเรื่อง 55555~ และจะเป็นทั้งเรื่องก็จะมีประมาณสิบพาท
เรื่องนี้เราจะทำรวมเล่มค่ะ ในเล่มก็จะมีฟิคสองเรื่องที่เคยแต่งไว้
1. Kiss Sweet Cake
2. White Rose Sweet Heart
* แถมที่คั่นรูปขาของอีซึงฮยอนในเอ็นทรี่ก่อนๆ * XD
ก็อยากให้ได้เก็บอ่านกันไว้เนาะ ฝากด้วยนะคะเดี๋ยวมาบอกรายละเอียดอีกทีเพราะตอนนี้เจ้าชายกุหลาบขาวในเวิร์ดก็ได้หลายหน้าแล้ว : D [ Beloved in Market again & again เราเอาจริงนะเว้ย อย่าคิดว่าโม้ 55! ]
คิดถึงทุกคนค่ะ แต่ว่าช่วงนี้งานชุก(?)มากเลยอาจไม่ได้มาอัพถี่แต่จะพยายามมาทุกๆสุดสัปดาห์นะ 555555~
จูบปาก ~




จองก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านค่ะ
#1 By Zemink on 2009-05-31 21:07