[Fic] Beloved in Market [EP. III]

posted on 29 Nov 2009 08:40 by gdworld

 

ความจริงกะจะลงวันเสาร์.. แต่แบบจู่ๆก็งานเข้าขึ้นมากระทันหัน (ฮ่า) จึงมาลงวันอาทิตย์แทนนะจ๊ะ

มันเริ่มมีอะไรขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ สำหรับตอนนี้ 555555555555+

เพลงข้างๆเพราะมาก ถ้าฟังอะไรอยู่แล้วอยากมีอรรถรส แนะนำให้ปิดและฟังเพลงของบล็อกเรานะคะ พี่แดนพี่บีมและพี่ดังมาเป็นสปอนเซอร์หลักของเรา (ดูมัน..) 

พล่ามมามากพอแล้ว ไปอ่านตอนที่สามต่อกันเถอะ ~ เชิญทัศนาค่ะ

 

 

 

Previously

[Fic] Beloved in Market [EP. I]

[Fic] Beloved in Market [EP. II]

 

 

" กลีบแรกหมายถึงความหวัง "

" กลีบที่สองคือความศรัทธา "

" กลีบที่สามคือความโชคดี "

" และกลีบที่สี่คือ...รัก "

 

" รอจนกว่าวันที่พี่จะกลับมาที่นี่อีกครั้ง.. พี่ให้นาย.. เก็บมันไว้นะ .."

 

คำพูดที่ออกมาจากปากเด็กชายวัยสิบสองปีล้วนท่ามกลางทุ่งโคลเวอร์.. คำจากลาครั้งสุดท้าย คำพูดทุกประโยคที่ค่อยๆซึมเข้าเสียดแทงหัวใจเด็กชายตัวเล็กอีกคนทีละน้อย.. น้ำตาที่เริ่มไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยถูกปาดทิ้งแต่ไม่ว่าพยายามเช็ดเท่าไหร่มันก็ไม่หมดเสียที.. มือคู่สวยสั่นระริกราวกับเจ้าของมันกำลังสะกดกั้นอารมณ์บางอย่าง

 

" ไม่ไป.. ไม่ไปไม่ได้เหรอฮะ ? "  

ถามย้ำอีกครั้ง หวังเหลือเกินว่าคำตอบที่ถูกตอบกลับมาจะเปลี่ยนไป แต่ก็เป็นไปอย่างที่คิด.. พี่ชายคนนั้นทำแค่ส่ายหน้าก่อนลูบหัวตอบกลับมาเบาๆเท่านั้น

" พี่สัญญา.. เราต้องได้เจอกันอีก "... ก็ได้แค่นั้น..

 

ภาพพี่ชายใจดีในอดีตวันที่โบกมือลา ภาพพี่ชายใจดีในอดีตวันที่รถคันนั้นออกจากหมู่บ้านไป ภาพทุกภาพที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำถูกย้อนกลับรื้อย้อนกลับมาเล่นอีกครั้ง คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินก่อนวันที่เขาจะร้องไห้จนเกือบสิ้นสติ ความรู้สึกทุกอย่างที่ตบตีกันในหัวของเด็กชายตัวเล็กๆ ประดังประเดเข้ามาทำร้ายความฝันแสนหวานในอดีตของคนคนหนึ่งเสียแทบทุกคืน.. ทว่า.. คนๆนี้กลับยังเลือกที่จะจำ..

 

" ซึงรี.. พี่กลับมาแล้ว "

 

" พี่ซูฮยอน !! " ..

อีกครั้งที่อีซึงฮยอนลุกพรวดจากเตียงพร้อมลมหายใจหอบ.. นัยน์ตาเหนื่อยล้ามองไปรอบห้องราวกับต้องการยืนยันกับตัวเองว่าภาพในหัวเขาเมื่อครู่เป็นเพียงภาพในความทรงจำเท่านั้น... แต่กระนั้น..ช่วงนี้เขาก็ฝันแบบนี้บ่อยเหลือเกิน..

 

มือเรียวเอื้อมไปกดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียงราวกับสังหรณ์ถึงอะไรบางอย่าง ร่างบางพาตัวเองลงจากเตียงก่อนคุกเข่าลงที่เปิดลิ้นชักเก็บของสำคัญ อีซึงฮยอนพยายามควานหาเครื่องรางที่ปรากฏในความฝันอย่างเร่งรีบ.. ความกังวลเริ่มฉายวาบขึ้นในหัวใจ

 

หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ.. นี่เขาทำมันหาย ?

ของสำคัญที่สู้รักษารอวันที่คนให้จะกลับมาตลอดสิบปี ทว่าตอนนี้กลับไม่อยู่ที่ที่เขาคิดว่ามันควรอยู่.. อีซึงฮยอนลุกขึ้นเปิดไฟก่อนรื้อเก๊ะลิ้นชักทีละชั้นทีละชั้นจนหมด สะบัดผ้าห่มบนเตียงนอนภาวนาให้เขาเผลอทำมันร่วงตอนก่อนนอน.. ทว่ากลับเป็นอย่างที่เขาคิด.. เขาจะทิ้งมันไว้ที่เตียงนอนได้อย่างไรในเมื่อเขาหวงมันขนาดนั้น...                 

 

นี่เขาทำมันหาย... จริงๆหรือ?

โคลเวอร์สี่แฉกที่เคยทำมันขาดไปหนึ่งใบเพราะความสะเพร่าไม่รักษาของของตัวเอง.. ใบสุดท้ายความหมายคือความรักฉีกออกจากใบอื่นๆ แต่เขายังมีความหวังความศรัทธาและพลังแห่งโชค.. โคลเวอร์สามใบที่เหลือยังทำให้พอใจชื้นได้บ้างว่าความรักของเขาจะไม่จากไปตลอดชีวิต.. สามใบที่เหลือทำให้เขามีความสุขกับการเฝ้ารอ

 

ทว่า.. เวลานี้.. แม้เพียงสักใบ.. ก็ไม่มี..

 

            ..................................................................................

 

" ความหมายของโคลเวอร์สี่แฉก ? " ปาร์คริคกี้ทวนคำซ้ำอีกครั้ง คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินออกมาจากปากเพื่อนหน้าโหดทำเอาเขาตกใจไปหลายวินาที ชเวซึงฮยอนพยักหน้าอีกครั้งยืนยันว่าสิ่งที่เพื่อนรักได้ยินนั้นไม่ผิด... สายตาคมเฝ้ามองเพียงเครื่องรางในมืออย่างประหลาดใจ.. " ทำไมซึงรีทำหน้าเศร้าทุกทีที่พูดถึงมัน .."

 

เขารู้.. เพราะเขาเคยถามคำถามนั้นกับเจ้าของมันด้วยตัวเองมาเองแล้ว.. ย้อนกลับไปนึกถึงวันนั้นที่ตลาดที่เขาแอบย่องไปข้างหลังแผงซึงรีแล้วหยิบมันมาดู

 

" นี่เด็กบ้านนอก.. แกจะพกไว้ทำไมไอ้ของรุ่ยๆแบบนี้ ?"

 

ตามองไปยังใบที่สี่ที่หลุดออกจากใบอื่นๆความจริงถ้าของช่วยเรื่องโชคแบบนี้มีส่วนเสียหาย ถ้าเป็นเขา เขาจะไม่พกมันต่อให้เป็นตัวขัดลาภหรอก แค่เห็นใบที่หลุดก็รู้สึกแย่เหลือเกินแล้ว..

 

" เอาคืนมานะ ! หยิบไปตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ !!"

" บอกมาก่อนสิ.. ว่าของพรรค์นี้จะพกไว้ทำไม "

" ของพรรค์นี้ ?..หึ..พูดไปคนอย่างพี่ก็ไม่มีวันเข้าใจ "

" มันสำคัญกับแกขนาดนั้นเชียว ทั้งๆที่ใบมันก็ขาดไปใบนึงเนี่ยนะ ?"

" เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ !!! "

" เอ๊ะ.. หวงอย่างนี้หรือว่าแฟนให้มา~"

 

จำได้ว่าเขาพูดติดตลกออกไปเพื่อแซวเล่นเท่านั้น .. แต่แววตาที่นิ่งเฉยตอนนั้นกลับทำให้เขารู้ว่าเรื่องที่เขาพูดออกไปเล่นๆคงไปกระทบอะไรคนๆนี้เข้าอย่างจัง

" แฟนไม่แฟนมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของพี่ .. ยุ่งที่สุด.. เซ้าซี้ชะมัด ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม กลับแผงตัวเองไปเลยไป !!"

 

อีซึงฮยอนที่เป็นแบบนั้นเขาไม่เคยเห็นมาก่อน.. รู้สึกผิดนิดๆที่พอเก็บได้ครั้งนี้แล้วไม่ยอมเอาไปคืน.. แต่เขาอยากรู้ความหมายของมันจริงๆนี่ อะไรที่ทำให้เด็กบ้านนอกที่ขยันกวนเขาไม่เว้นแต่ละวันคนนั้นแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมาได้

เขาก็เป็นห่วง.. เอ้ย สงสัยเป็นเหมือนกันน่ะแหละ !!

 

" เคยได้ยินมาว่า..ใบโคลเวอร์เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ใบแรกหมายถึงความศรัทธา ใบที่สองคือความหวัง ใบที่สามคือความรัก แล้วใบสุดท้ายก็คือโชค "

" โชค ?..จะเศร้าใจเพราะใบโชคขาดเนี่ยนะ ? กลัวซวยหรืออะไรวะ ?" ขมวดคิ้วมุ่ยมองไปยังเครื่องรางอันจิ๋วในมืออีกครั้ง  "ถ้าเป็นใบความรักก็ว่าไปอย่าง.."  

 

นับหนึ่งสองสามสี่จากที่ไอ้ริคกี้มันชี้ให้ดู ไม่ว่านับยังไงมันก็คือใบโชค เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าไอ้เด็กบ้านนอกนั่นจะทำหน้าแบบนั้นเพราะใบโชคไม่มีไปทำไม ?

 

" กูว่าเขาไม่ได้กลัวซวยหรอกว่ะ แค่มึงไปตามจีบเขาทุกวี่ทุกวันเขาก็ซวยจนไม่รู้จะซวยยังไงแล้ว " .. พูดแล้วเอียงซ้ายหลบเท้าที่เหวี่ยงมาปัดหัวอย่างรวดเร็ว

 

" ริคกี้.. มึงว่ามั้ย ที่เขาไม่ชอบกูสักที .. มันอาจเป็นเพราะ.. ไอ้คนที่ให้ไอ้นี่มา "

" ส่วนหนึ่งอาจเพราะหน้าตาและสันดานของมึงด้วยครับเทมป์ "

 

หลังจากเหวี่ยงปลายเท้างามๆใส่หน้าเพื่อนเป็นรอบที่แปด ชเวซึงฮยอนยังคงนั่งมองใบไม้รูปหัวใจทั้งสี่ในมืออย่างสนอกสนใจ จนถึงเวลาอาจารย์อาแปะคนเดิมเข้า เขาก็ไม่สนใจตัวหนังสือบนไวท์บอร์ดเช่นเคย เพื่อนริคกี้ที่รักเขย่าตัวเขาหวังจะกระชากให้ตื่นจากภวังค์มาตอบคำถามที่ถูกถามจากสิ่งมีชีวิตที่น่ากราบไหว้บูชาเรียกว่าอาจารย์หน้าห้อง ทว่าเจ้าของร่างสูงบ๊วยสังคมตลอดศกคนนี้ยังคงคิดถึงเรื่องโคลเวอร์สี่แฉกกับอดีตของเด็กหนุ่มร่างเล็กที่เขาสนใจมาตลอดสามปี..

 

ไม่ว่ายังไง ! เย็นนี้เขาต้องถามจากปากไอ้ตัวเล็กเองให้ได้ !!

 

..................................................................................

 

 

ความจริงแล้วที่เขามารออีซึงฮยอนอยู่หน้าตลาดตลอดสองชั่วโมง เขาพยายามคิดคำพูด พยายามซ้อม พยายามเปลี่ยนบทบาทตัวเอง ตั้งแต่ขั้นพระเอก นางเอก (?) จนถึงตัวร้ายเพื่อเฟ้นหาคำพูดที่จะเอาความจริงจากอีซึงฮยอน

 

‘ บอกพี่มาเถอะ มันมีความหมายกับนายยังไงกันแน่ ‘ ..  บทพระเอก

‘ อ๊ปป้าคะ บอกฉันมาเถอะค่ะ ฉันอยากรู้ ".. บทนางเอก (ตัดทิ้ง..รับไม่ได้ -_- )

‘ เฮ้.. อีซึงฮยอน ถ้านายไม่เล่าก็อย่าหวังจะได้คืน ฉันจะเขวี้ยงมันทิ้งซะเดี๋ยวนี้ !'

 

คิดไปคิดมาบทตัวร้ายคงเหมาะกับเขาที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ไหนๆซึงรีก็บรรยายภาพในหัวของตัวเองให้เขาเป็นตัวร้ายแล้วเจ้าตัวเป็นพระเอกอยู่แล้วนี่ เขาจะเป็นจริงๆสักวันจะเป็นไรไป .. ซึงฮยอนกำเครื่องรางไว้กับมือแน่น รอยยิ้มมุมปากพรายออกมา ดีล่ะ ~! วิธีนี้แหละจะทำให้เขารู้ความจริงเรื่องนี้เสียที.. ทนโหดๆไปหน่อย ถ้าแลกกับจะได้รู้เรื่องที่เขาสงสัยมาตลอดมันก็คุ้มไม่ใช่เหรอชเวซึงฮยอน !

 

ใจกล้าหน่อยสิพ่อเทพบุตร.. เรื่องแค่นี้เอง ..

ชเวซึงฮยอนพุ่งตัวออกไปหาซึงรีทันทีเมื่อเจ้าตัวเดินออกมาจากตลาด

           

" โอ้ !.. จ..จะกลับแล้วเหรอเด็กบ้านนอก วันนี้พี่กะจะมาซื้อผักพอดี ต..แต่ถ้าแกปิดร้านแล้วก็ไม่เป็นไรนะ พี่ก็จะได้กลับบ้าน เอ๊ะ !..บ้านแกกับพี่ก็อยู่ใกล้กันนี่ งั้นเดินกลับบ้านด้วยกันก็ได้นี่เนอะ ! "

" อือ.."

 

แต่เพียงวินาทีที่ร่างเล็กเดินออกมาจากตลาดพร้อมกระเป๋าเป้ ใบหน้าเศร้าหมองนั้นถึงกับทำเอาชเวซึงฮยอนถึงกับกลืนคำพูดทุกอย่างที่คิดเอาไว้ลงคอไป..

 

เฮ้อ.. อะไรมันจะไปไม่เป็นขนาดนั้นวะชเวซึงฮยอน.. แค่เห็นตาห้อยๆนั่นหลุบต่ำตอนเดินออกจากตลาดมาเขาก็แทบระทวยทรุดกองไปกับพื้น.. จะไปอะไรกับไอ้บทตัวร้ายที่คิดเมื่อครู่ล่ะ ฝันไปเลย ชาตินี้ทั้งชาติเขาคงไม่มีทางพูดจาใจร้ายแบบนั้นกับซึงรีแน่นอน..

 

ร่างสูงมองตามแผ่นหลังของคนตัวเล็กจากข้างหลัง อีซึงฮยอนวันนี้ดูแปลกไปกว่าทุกวัน แน่นอนเขารู้.. ไม่ใช่เพราะรู้จากสาเหตุที่ซึงรีเสียใจ แต่แทบทุกวันที่ซึงฮยอนมองตามแผ่นหลังนั่นเวลาที่เดินกลับบ้าน แทบทุกวันที่เขาจะแอบรออยู่หน้าตลาดรอเวลาแผงผักปิดและแอบเดินกลับมาเป็นเพื่อน .. เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้ เวลานี้เจ้าของแผ่นหลังบางนั้นกำลังเศร้าถึงที่สุดเขารู้ดี..

 

" เครื่องรางเล็กๆแบบนี้มีความสำคัญกับแกขนาดนั้นเลยเหรอ  .." ไม่ใช่คำพูดที่พูดกับตัวเองเหมือนพระเอกหนังทั่วไป แน่นอนเพราะเขาไม่ใช่พระเอก ถึงได้กล้าหน้าด้านเดินขนาบคู่พร้อมคืนสิ่งสำคัญให้อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ ..

" พี่เก็บได้.. "

 

ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่อมองกระจกใบเล็กที่สะท้อนอยู่ในมือคนตรงหน้า .. รอยยิ้มสวยค่อยๆพรายขึ้น คำขอบคุณนับสิบออกมาจากปาก อีซึงฮยอนรับมันจากมือของคนตรงหน้าอย่างทะนุถนอม

".. ผมหามันตั้งนานแน่ะ"

 

" พี่ไปเจอมันที่ไหนฮะ ?"

" ก็.. มันตกอยู่บนโซฟาที่บ้านพี่.."

" ขอบคุณนะฮะที่เก็บมันไว้ให้ผม.."

" อือ ไม่เป็นไร.."

 

จบบทสนทนาเพียงเท่านั้น พี่น้องซึงฮยอนถูกครอบคลุมด้วยความเงียบ.. ชเวซึงฮยอนชะลอฝีเท้าลง เขาเลือกที่จะเดินตามหลังมากกว่าที่ต้องเดินข้างๆ.. เขาเลือกที่จะเดินเหมือนทุกวัน.. มันคงจะดีกว่าถ้าเขาไม่เดินข้างๆแล้วทำให้อีซึงฮยอนอึดอัด..

ระยะทางที่เดินกลับบ้านวันนี้ช่างดูไกลกว่าเดิม ซึงฮยอนได้แต่มองตามแผ่นหลังของคนตรงหน้าเท่านั้น พยายามนึกบทพูดที่หวังจะคุยขณะเดินกลับบ้าน แต่ทุกอย่างก็ต้องหายไปอีกครั้งเมื่อจู่ๆ แผ่นหลังของคนที่เขากำลังเดินตามอยู่ห่างๆ เริ่มสั่นระริก

 

" เฮ้ย ! ไอ้เด็กบ้านนอก !! แกจะร้องไห้ทำไม !?" ..

ตกใจสุดขีดเมื่อจู่ๆคนที่เดินกลับบ้านด้วยกันหยุดเดินปล่อยโฮอย่างกับท่อประปาแตก.. ตกลงคือที่เดินเงียบมาตลอดทางนี่เพราะกลั้นเสียงสะอึกสะอื้นไม่ให้เขาได้ยินอยู่เนี่ยนะ!?..

 

ซึงฮยอนเดินเข้าไปหาคนข้างหน้า ถอนหายใจเบาๆเมื่อเห็นน้ำตาที่ไม่เคยได้เห็นออกมาจากดวงตาย้อยๆ.. คนร้องไห้ที่ปาดน้ำตาด้วยแขนสองข้างของตัวเองพูด

" ผม.. ผมแค่ดีใจมากไปหน่อย ผมนึกว่ามันจะ.. ฮึก.. หาย..หาไม่..อึก..เจอ"

 

" ก็เจอแล้วก็เลิกร้องไห้เหอะน่า.. น้ำหูน้ำตาไหลโสโครกชะมัด"

รางวัลปลอบคนห่วยแตกอวาร์ดตกเป็นของชเวซึงฮยอนมาตั้งแต่มัธยมต้นและยากที่จะมีใครโค่นเขาลงจากตำแหน่งนี้.. อยากตบปากตัวเองสักสองร้อยห้าสิบทีให้หายปากหมา.. โอกาสแบบนี้เขาควรกอดปลอบไม่ใช่เรอะ !.. สมองส่วนซ้ายส่วนขวาที่เคยแบ่งหน้าที่กันทำงานตอนนี้ร่วมมือกันอย่างดีสั่งให้เขาหาคำปลอบใจที่ดีที่สุด เขาเป็นคนแสดงความรู้สึกอะไรโรแมนติกไม่เก่ง.. ถ้าเขาจะทำเท่าที่ทำได้

 

" เป็นพระเอกน่ะ.. ร้องไห้ต่อหน้าตัวร้ายได้เหรอ ?"

 

ก็ทำได้เท่านี้...

 

อยากหยิบผ้าเช็ดหน้ามายื่นให้ซับน้ำตาตามกฏหลักที่พระเอกหนังเกาหลีพึงกระทำแต่ดันควายลืมหยิบมาจากบ้านตั้งแต่เมื่อเช้า อยากกอดนางเอก(พระเอก?) แล้วพูดอะไรซึ้งๆเหมือนเบยองจุนแต่ตอนดูวินเทอร์เลิฟซองเขาก็นั่งกอดเข่าร้องไห้กับยุนโฮอย่างเดียวไม่เคยจดคำพูดพระเอกมาสักประโยคเดียว

เพราะชองยุนโฮ !! เพราะชองยุนโฮคนเดียวที่ชอบปิดไฟดูหนังทำให้วันนั้นเขาไม่คิดจะหากระดาษมาจดคำพูดของยองจุนฮยองมาใช้วันนี้ !! ไอ้บ้าเอ๊ย !

 

" ...."  เอ๊ะ..หรือจะเอาของพระเอกเรื่องอื่นดีนะ..

" ฟื้ดดด ดด ..."

" เฮ้ย !!!"

 

ขณะกำลังยืนเหม่อคิดคำพูดของพระเอกซีรีย์ที่ยุนโฮเช่ามาดู ชเวซึงฮยอนถึงกับสะดุ้งโหยงรู้สึกถึงอะไรอุ่นๆแหยะๆที่แขนเสื้อด้านขวา อ้าปากช็อคซีนีม่าไอ้เด็กเวรนี่เล่นกูแล้ว.. ซึงรีซุกหน้าเข้ากับแขนเขาแล้วร้องไห้เหมือนเด็กๆ.. เหมือนอย่างที่เขาเคยได้ยิน เวลาคนร้องไห้ยิ่งปลอบก็ยิ่งปล่อยโฮหนักเข้าไปใหญ่ แต่ถ้าร้องไห้ธรรมดามันก็โอเค..

แต่นี่ทำไมมันต้องมาเช็ดน้ำมูกกับแขนเสื้อเขาอย่างงี้ด้วยวะ !!!

 

" สกปรกว่ะ ! เสื้อตัวเองไม่มีรึไงวะ มาป้ายเสื้อชาวบ้านเขาเนี่ย !"

" ฮึก.. เสื้อตัวเอง.. มัน..อึก..ป้ายน้ำตาเปียกหมดแล้ว ฮือออ ..ฟืดดด ด "

" ซกมกชะมัดไอ้เด็กบ้า "

 

ทว่า..ถึงจะพูดไปแบบนั้น.. แต่ตัวเขากลับยืนเฉยให้คนตัวเล็กกว่าทาบหน้าเข้ากับแขนเสื้อโดยไม่ผลักหรือดันออกไป ไม่ว่าอีซึงฮยอนจะสั่งน้ำมูกใส่เสื้อเขาไปกี่รอบๆเขาก็ทำเพียงยืนบ่นก่นด่าไอ้ตัวเล็กเพียงปากเท่านั้น..  เสียงอู้อี้ๆจากคนที่จมูกบี้อยู่กับแขนเขาถูกพูดออกมาพอให้เขาจับใจความหกพยางค์นี้ได้.. "ขอบคุณจริงๆนะฮะ "

 

เฮ้อ.. เข้าใจแล้ว.. เขาเข้าใจแล้วว่าไอ้เครื่องรางนั่นมันคงมีคุณค่าทางจิตใจกับอีซึงฮยอนมากขนาดไหน หายไปแค่วันเดียวเจ้าตัวยังเป็นได้ถึงขนาดนี้ นี่ถ้าหายไปทั้งอาทิตย์เสื้อนักเรียนเขาทั้งตัวไม่กลายเป็นสีเขียวทุกตัวเอาเหรอ..แค่เขาเอามาคืนก็ต้องร้องไห้ดีใจอะไร(พร้อมน้ำมูก)มากมายขนาดนั้นด้วย อีซึงฮยอนคงรักมันมากจริงๆ

 

ซึงรีผละออกจากแขนของผู้ชายด้านข้างสูดน้ำมูกสะอึกสะอื้นเล็กน้อยก่อนพยักเพยิดหน้าไปยังทางกลับบ้านราวกับบอกให้เดินต่อ

ซึงฮยอนทั้งสองเดินกลับบ้านด้วยกันต่อ ทว่าครั้งนี้ชเวซึงฮยอนกลับย้ายที่มาเดินขนาบข้างร่างเล็กแทนอย่างถือสิทธิ์ " แกต้องเดินบังแขนเสื้อเลอะน้ำมูกให้พี่"

 

..ก้อดแดม.. ข้ออ้างมันช่าง.. นักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่หกโรงเรียนฮวางซอก ที่หนึ่งคณิตศาสตร์ บ๊วยตลอดกาลสังคมศึกษา อาหารที่ชอบคือแกงกิมจิ ถูกไซโคซีรีย์รักโรแมนติกจากพี่ชายทุกวัน.. ชเวซึงฮยอนคนนี้ไม่สามารถหาข้ออ้างเดินข้างกับคนที่ชอบได้ดีกว่านี้แล้วหรือไร !?

 

" เพื่อนสมัยเด็กของผม.. เขาให้มาน่ะฮะ "

ระหว่างที่กำลังคิดหาคำพูดดีๆซึงฮยอนก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินประโยคนั้นออกมาจากคนข้างๆ.. ที่เขาพยายามหาเรื่องพูดคุยเรื่องอื่นมันเป็นเพราะเขาต้องการเปลี่ยนเรื่องไม่ให้อีซึงฮยอนพูดถึงเรื่องนี้.. ก็แค่เห็นหน้าร่างเล็กตอนร้องไห้เขาก็เลิกคิดที่จะถามเรื่องนี้ไปเสียตั้งแต่วินาทีนั้น และไม่หวังที่จะคาดคั้นอะไรจากมัน.. ทว่าตอนนี้

 

" พี่เขาบอกว่าใบโคลเวอร์คือสัญลักษณ์แห่งโชค.. ใบแรกคือความศรัทธา ใบที่สองคือความหวัง ใบที่สามคือความรัก และใบที่สี่คือโชค "

 

อีซึงฮยอนยิ้มน้อยๆ ดวงตารื้นน้ำแฝงความเศร้ามองไปยังกระจกใบเล็กๆบนมือตัวเองก่อนพูดออกมาเบาๆ "แต่เขาบอกผมว่า.. สำหรับผม ใบสุดท้ายคือความรัก"

 

" เพราะใบสุดท้ายคือใบที่มีค่าที่สุด คือใบที่หายากที่สุด และไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่คนที่จะได้มัน ก็ไม่มีทางที่จะหาเจอ.. พี่เขาบอกว่า.. เพราะผมคือคนที่พี่เขารัก มีค่าและไม่สามารถหาที่ไหนได้.. "

 

อีซึงฮยอนเว้นวรรคคำพูดปาดน้ำตา " แต่ผม..ฮึก..ผมกลับทำมันทั้งที่อีกแค่สองวันพี่เขาก็จะไม่อยู่แล้ว ผมขอโทษ ผมร้องไห้.. แต่พี่เขากลับไม่โกรธ ไม่ว่า.. แล้วยังปลอบใจเด็กที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งอย่างผม.. เขาบอกผมว่า"

 

"ถ้ายังมีสามใบที่เหลือ.. ใบที่สี่ถึงจะขาด..แต่มันก็เหมือนยังอยู่กับนาย.."

 

พอถึงช่วงเว้นคำพูดนั้น น้ำตาที่เพิ่งหยุดได้ก็ไหลออกมาอีกครั้ง อีซึงฮยอนสะอึกสะอื้นอย่างแรงราวกับจะปล่อยทุกอย่างทั้งหมดในวันนั้นออกมาในวันนี้

" วันนั้น..  กำหนดการย้ายบ้านของพี่ซูฮยอนก็เลื่อนเข้ามาอีก.. รถของพี่เขาขับออกไปจากหน้าบ้านผมตอนเย็น .."

 

" ‘ เราจะต้องได้เจอกันอีก ‘ คือคำที่ผมได้ยินจากเขาเป็นครั้งสุดท้าย ตั้งแต่สิบปีที่แล้วจนถึงวันนี้ผมก็ยังเก็บมันไว้.. ถึงใบความรักที่เป็นเพียงความคิดระหว่างผมกับเขามันจะขาด แต่แค่ผมมีสามใบนี้อยู่ด้วยกัน.. "

 

 

" มันก็เหมือนความรักของผมก็ยังอยู่ "

 

ซึงฮยอนเงียบ เขายิ้มน้อยๆ อย่างงี้นี่เอง.. ใบที่ขาด..สำหรับซึงรีความหมายของมันคงสำคัญและยากที่จะทำใจ.. และถ้าทุกใบมาหายไปอย่างวันนี้.. ก็สมควรแล้วที่คนที่สูญเสียของสำคัญจะร้องไห้เพราะความดีใจที่ได้เจอมัน..

 

" ซึงรี..คงรักมันมาก "

" อือ... "

" แกคงรักไอ้คนให้นี่มากล่ะสิ "

" .... " ตอบเพียงพยักหน้าเท่านั้น แต่เพียงแค่นั้นก็พอ..

ซึงฮยอนกระตุกยิ้มมุมปาก.. เขาเข้าใจเรื่องนี้จริงๆเสียที สิ่งที่เขาต้องการอยากรู้ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ สิ่งที่เขาพยายามหาความหมายของมัน ข้อสงสัยทุกอย่าง เวลานี้เขาเข้าใจมันหมดแล้ว ถ้าจะเหลือ.. ก็คงเหลือเพียงข้อเดียว..

 

" แล้วถ้าตอนนี้.. มีคนอยากขอนายคบเป็นแฟน ?..นายจะรักเขาได้ไหม ?"

" ..จนกว่าพี่ซูฮยอนจะมา.. ผมคงรักใครไม่ได้หรอกฮะ "

 

 

".. แล้วถ้าคนคนนั้น.. เป็นพี่ล่ะ? ถ้าตอนนี้..พี่จะบอกรักนาย.."

 

เขา.. พูดจริงๆนะ..

 

" พี่ก็คง.. ต้องกลับไปซดใบบัวบกที่บ้านแล้วล่ะ-ขอโทษนะ ฮ่าๆ~"

 

แต่มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้น...

 

"หึย ! ไอ้เด็กแสบ นี่แน่ะ! " .. ถึงจะแกล้งทำเป็นขยี้หัวเล่น ถึงจะแกล้งทำเป็นเหมือนปกติทุกวัน ทว่าเวลานี้ โชคดีเหลือเกินที่เพราะความมืดรอบทางทำให้บางทีอีซึงฮยอนอาจไม่ทันจะสังเกตสีหน้าเขา ถึงจะยิ้มออกมา ทว่ากลับมีอย่างอื่นแฝง.. เขาอกหักแล้ว.. วันนี้เขาอกหักจากเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่แอบมองมาตลอดสามปี.. อกหักแต่กลับไม่รู้สึกเศร้าเสียใจ อกหักแต่กลับมีความสุขที่รู้สึกว่าเข้าใกล้หัวใจคนข้างๆที่เข้าไปอีกก้าว..  นี่ชเวซึงฮยอนเข้าใจนิยามของคำว่าอกหักถูกรึเปล่านะ ?

 

หรือมันเพราะท่าทีของซึงรีที่ดูเหมือนจะคิดว่าคำพูดของเขาเป็นเรื่องล้อเล่น..

มันถึงทำให้เขารู้สึกเศร้าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น..

 

ช่างเถอะ.. ถ้าเขาจะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเดินไปเหมือนปกติ.. ถ้าเขาปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นเหมือนที่มันเคยเป็น ทะเลาะกันเหมือนเดิมจนพ่อค้าแม่ค้าในตลาดชินชากับภาพที่เห็น.. แอบเดินตามหลังเจ้าตัวเล็กที่กลัวผีเสียยิ่งกว่าอะไรเวลากลับบ้าน หรืออะไรต่อมิอะไรที่เขาเคยทำอยู่ห่างๆ.. เขาจะทำตัวเหมือนเดิมและปกติที่สุด

มันคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า.. ดีกว่าการที่เขาจะทำแบบที่พูดเมื่อครู่

 

เขาเป็นตัวร้ายไม่ใช่เหรอ.. ทำไมต้องทำตัวเป็นพระเอกแบบนี้ด้วยนะ..

 

" พ..พี่ซึงฮยอน.. อึก.. ผม"

ตื่นขึ้นจากความคิดมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย.. ไม่ใช่หรอก วันนี้ท่าทางของซึงรีไม่ใช่แค่แปลกเพราะเศร้าใจอย่างเดียว.. มันดูแปลกเพราะอย่างอื่นไปด้วย

อีซึงฮยอนตาดูปรือๆหน้าแดงๆอย่างไรชอบกล ไม่มีแววตาขี้เล่นเหมือนเมื่อก่อน.. เจ้าตัวเล็กตอนนี้เป็นเวอร์ชั่นแบบที่เขาไม่เคยรู้จัก..  " ว่าไง ?" เขาถามกลับ

 

" ขอผมกอดหน่อยนะ "  หมับ.. ไม่รอให้เขาตกลง แขนเรียวสองข้างโอบเข้ากับร่างของคนตรงหน้าทันที ..อีซึงฮยอนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกชเวซึงฮยอนได้อย่างพอดีความสูง ..นัยน์ตาคมมองคนตัวเล็กที่ฟุบกับอกเขาสะอึกสะอื้น.. มือหนายกขึ้นค้างไว้ในอากาศราวกับต้องการจะลูบหัวนั่นเบาๆปลอบโยน.. ทว่ากลับต้องเก็บลง

 

เขาไม่ทำ.. ดีกว่า..

 

 

" ขอโทษฮะ.. ผมร้องไห้ทีนึงแล้วจะหยุดไม่ได้ประจำเลย"

" ไม่เป็นไร.. ร้องไปเถอะ "  ถ้ามันจะทำให้ซึงรีเปิดใจยอมรับเขาขึ้นมาได้บ้าง อาจจะแค่ฐานะพี่ชายแต่ว่าแค่นิดเดียว.. แค่เขาได้เข้าถึงอีซึงฮยอนมากกว่านี้.. มากกว่าที่เคยเป็น แค่ยืนร้องไห้แค่นี้เขายืนเป็นเพื่อนทั้งคืนก็ยังได้..

ทำอย่างไรดี ?.. เขาชอบคนๆนี้มาก.. ถึงจะโดนปฏิเสธทั้งที่ยังไม่ได้แม้แต่จะพยายาม แต่ถึงอย่างนั้น.. ในความคิด กลับยังอยากสัมผัส อยากกอด อยากถูกรัก .. ยิ่งในเวลานี้ที่หัวกลมๆนี่มันซุกกับหน้าอกเขาเพื่อร้องไห้ เขาแทบอยากจะฉีกการรอคอยในอดีตของคนตรงหน้าทิ้งเสีย อยากถามสักคำว่าจะเป็นเขาแทนได้ไหมที่จะทำหน้าที่แทนคนๆนั้นได้ แต่คำตอบมันแน่นอนเสียจนไม่กล้าถามไปให้ปวดใจตัวเอง..

 

ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนหลายคน  โดยเฉพาะคนที่มีช่วงเวลาดีๆ ที่ได้ใช้กับคนที่รัก  ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าหวงแหน ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี และนั่นคือสิ่งที่อีซึงฮยอนทำไป ส่วนเขา.. กลับกำลังคิดที่จะทำลายมัน..

แล้วเขา.. เห็นแก่ตัวมากใช่ไหม ?

 

" พี่ซึงฮยอน.. ผม.. ผมไม่ไหวแล้ว.. "

ตื่นจากภวังค์ความคิดทุกอย่างมองคนตรงหน้า ขมวดคิ้วเข้มน้อยๆพยายามขอคำอธิบายนิยามคำว่า 'ไม่ไหวแล้ว'ที่พูด ทว่า..เมื่อเห็นแก้มใสนั่นเริ่มแดงขึ้นเพราะฤทธิ์อะไรบางอย่างที่มากับกลิ่นแอลกอฮอล์ติดตัวเขาก็เริ่มเข้าใจ .. มือยื่นไปเปิดกระเป๋าเป้ถึงได้เห็นกระป๋องเบียร์สองสามกระป๋องที่ถูกซัดซะเรียบก็เกือบบีบมันแหลกคามือ..

 

นิ้วเรียวทั้งสิบยกขึ้นทาบแก้มแดงของคนตรงหน้าก่อนออกแรงตบมันเบาๆ อยากจะเรียกสติที่เคยมีตอนแรกของคนๆนี้กลับมา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล.. ดวงตาที่เคยฉายแววสดใส บัดนี้กลับเริ่มปรือคล้ายครึ่งหลับครึ่งตื่น.. รอยยิ้มสวยถูกฉายขึ้นบนใบหน้า .. ฤทธิ์เหล้าที่ตอนแรกออกฤทธิ์แค่เบาะๆ ดูเหมือนตอนนี้จะเริ่มทำงานเต็มกำลัง

อีซึงฮยอนโปรยยิ้มหวานแขนสองข้างรวบขึ้นโอบคอเขา

 

" ถ้าเป็นพี่.. พี่จะทิ้งผมไปแบบเขาหรือเปล่าฮะ พี่คง.. ไม่ทำใช่ไหม ?"

 

ความเงียบที่เกิดขึ้น ณ สองข้างทางถนนที่มืดมิด แทบทำให้หัวใจเขาที่เต้นระรัวอยู่แล้วเพิ่มบีทตัวเองขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เพียงแสงไฟจากเสาไฟข้างถนนเท่านั้นที่ส่องมายังพวกเขาทั้งคู่ให้เห็นหน้ากันและกัน และเวลานี้.. แม้ใบหน้าจะห่างกันเกือบสามคืบ ทว่ามันกลับไม่ช่วยให้ชเวซึงฮยอนยับยั้งความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองได้เลย เขาคิดมาก เขากำลังคิดมาก เขาอยากจูบ เขาอยากทำ .. ใกล้ขนาดนี้ ถึงพยายามแค่ไหนแต่ก็ไม่คิดว่าจะห้ามตัวเองได้ .. ใบหน้าที่ปรารถนามาตลอดกำลังเลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที และริมฝีปากนี้ไม่ใช่หรือที่เขาหวังจะเข้าใกล้มันมาตลอดสามปี ?..

 

ถึงจะใกล้กัน.. แต่ถ้าเวลาแบบนี้จะให้เขาจูบ ?..

กับคนที่ไม่มีความรู้สึกที่เรียกว่ารักต่อเขาสักครั้งเนี่ยน่ะหรือ ?..

 

" หยุดเถอะ.. กลับบ้านเถอะนะ " ..

 

ช่วยรู้หน่อยได้ไหมว่าเขาต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดที่จะพูดมันออกไป ใช้แรงทั้งหมดชนาดไหนที่จะจิกเล็บลงบนมือตัวเองข่มความคิดของมือคู่โง่ๆคู่นั้นที่ต้องการจะจับใบหน้านั่นเข้ามาทำเรื่องเห็นแก่ตัวที่เคยคิด ช่วยกังวลบ้างได้ไหมว่าถ้าเมาแล้วพูดอะไรแบบนี้เกิดเขาไม่มีสติพอจะห้ามตัวเองมันจะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ใช่พวกควบคุมอารมณ์ตัวเองเก่งหรอกนะ..

" เดินไหวไหม?.. เดี๋ยวพี่พากลับบ้านนะ โอเครึเปล่า ? "

" ผมเด็กไปเหรอ ? "

" หา..."

" ที่พี่ไม่กลับมาหาผมสักที เพราะผมมันเด็กไปใช่ไหมฮะ "

" เมาใหญ่แล้วเราน่ะ.."

" เพราะผมมันเด็ก เพราะผมมันไม่ดีพอใช่ไหมฮะ พี่ถึงไม่กลับมาสักที !! "

" ซึงรี.."

 

" ผมรักพี่นะฮะ "

 

ขอได้ไหม.. คนที่ชื่อซูฮยอนอะไรนั่นถ้าเกิดไม่ได้ยินคำๆนี้ จะให้เขาเป็นคนได้รับมันแทนไปก่อนได้หรือเปล่า..? คำพูดที่รอฟังและอยากได้ยินมาตลอดสามปี วันนี้ ถึงจะได้ยินมันแล้ว.. แต่เจ้าของประโยคที่ควรได้รับกลับไม่ใช่เขา.. ดวงตาคมปิดสนิท เขาหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน.. อยากทิ้งร่างตัวเองลงบนถนนแล้วหายไปจากโลกเสียตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าเขาเป็นคนที่เจ้าของเสียงข้างต้นต้องการพูดด้วย.. ก็คงดีสินะ..

 

ก็เพราะยิ่งได้ยินแบบนั้น.. มันยิ่งเจ็บกว่าเดิมร้อยเท่าพันเท่า..

คำว่ารักคำแรกที่ได้ยินออกจากปากคนที่รัก.. แต่กลับไม่ได้ถูกใช้กับตัวเอง..

 

ความเจ็บปวดของเขาตอนนี้.. ถ้ามีอะไรมาลบได้บ้างก็คงจะดี..

 

 

TBC

________________________________________________________________________

 

writer talk ; คือมันเริ่มมีอะไรขึ้นมาบ้างแล้วจริงๆนะ !!! ( คนอ่านบอกกูรู้ละ ) ตกลงว่ามันเป็นฟิคเบาสมองจริงๆเรอะ สาบานด้วยอะไรได้วะเนี่ย TWT... แหม มันก็ต้องมีอะไรกันบ้าง ให้แบบไม่น่าเบื่อจนเกินไปไรงี้ ( หมดมุกก็บอก ) ก็พาทสี่ก็น่าจะมาต่อในวันพุธมั้งคะ หรือเร็วกว่านั้น (ฮ่า)

สำหรับตอนนี้ เป็นฟิคกลั่นแกล้งโป้จริงๆนะ ไม่ว่ากี่ตอนๆเราก็จะกลั่นแกล้ง อารมณ์ไหนก็ไม่รู้แต่ชอบแบบนี้ 5555 .. สำหรับเพลง เพลงพี่ดังเพราะมากจริงๆค่ะ อย่าปิดนะคะอย่าปิด XD

PS. ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์นะคะ เอ็นทรี่ก่อนๆคนเม้นต์เยอะมากแล้วรู้สึกดีมาก เห็นแล้วก็มีความสุขมีกำลังใจที่จะอัพต่อ ก็ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

PS2. เรื่องจูบของโป้ในไอริส.. ทำแบบนี้ไปจูบกะลูกปืนเถอะ ( กุร้าวรานนนน น น ) 

PS3. เรื่องนี้ถ้าเกิดรวมเล่ม มีใครสนใจไหมคะ ?

PS4. ตอนนี้อยู่ในช่วงแต่งฟิคใหม่ 'Mr. Postman' ฟิคสั้นวันเกิดน้องนะคะ เป็นช็อตฟิคครั้งแรก น่าจะลงในวันเกิดน้อง ก็อยากให้แว้บมาเยี่ยมชมบล็อกเราในวันเกิดน้องกันด้วยเน๊ จะได้ยลฝีมือ SF ของจริงครั้งแรกของอีนี่กัน (ฮ่า) ยังใช้ความพยายามอยู่ เป็นกำลังใจกันให้ด้วยเน๊ TWT......